[SF] ( ____ ● ‘WARMTH’ ● ____ ) : 01 : ( Jin ♥ Kazuya ) BY.CHEEZE*
SHORT FICTION : WARMTH
STATUS : 01
CAST : AKANISHI x KAMENASHI
AUTHOR : CHEEZE*
หนาว
หนาวเหมือนอยู่ชั้วโลก
ร่างบางนั่งตัวสั่นงกๆอยู่ในห้องเรียนเลคเชอร์คาบแรกของวัน สองแขนเล็กโอบเกาะตัวเองแน่น นึกตำหนิตัวเองที่ไม่ได้หยิบเสื้อกันหนาวติดมือออกมาจากบ้านด้วยวันนี้ แล้วก็ไม่ได้คิดจะใส่เสื้อแขนยาวออกมาเรียนทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองเป้นคนขี้หนาวมาแต่ไหนแต่ไร ริมฝีปากบางเฉียบสั่นกึกๆอย่างห้ามไม่อยู่ ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ที่มหาลัยถึงเปิดแอร์เสียเย็นนักทั้งๆที่เป็นคาบเรียนแรกตอนเช้า
ตาเรียวมองซ้ายขวาสอดส่องหาเพื่อนที่ยังไม่ได้โผล่หัวกันมาเข้าเรียนเลยสักคน อีกสิบนาทีถึงจะเป็นเวลาเข้าเรียน เพราะฉะนั้นนักศึกษาในห้องเลคเชอร์มีอยู่กันแค่ไม่ถึงสิบคนเท่านั้น มือเล็กกดโทรศัพท์มือถือหวังจะให้เพื่อนหยิบเสื้อติดไม้ติดมือออกมาเผื่อตัวเองบ้าง จะได้ไม่ต้องมานั่งทนหนาวอยู่แบบนี้
< ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลยที่ท่านเรียก>
เสียงที่ผ่านหูโทรศัพท์มาสองามครั้งทำเอาร่างบางงถอดใจ ร่างเล็กถอนหายใจเฮือกมองไปรอบๆหวังจะเจอมุมหลบหนาวบ้างแต่ก็ไม่พบ ช่องแอร์ของมหาลัยเรียวยาวเป็นแถบตามแถวของห้องเลคเชอร์ เพราะฉะนั้นถ้านั่งอยู่ในห้องเรียนนี้ถึงจะอยู่ที่ไหนก็ยังจะต้องเจอแอร์เป่าลงอยู่ดี
“จะหนาวตายก็งานนี้ล่ะคาเมะเอ๊ย” ร่างบางบ่นเบาๆ ตาเรียวเหลือบมองไปรอบตัวก่อนหันกลับไปสะดุดตาที่นักศึกษาชายที่นั่งเรียนอยู่แถวหลังสุดที่นั่งอยู่ก่อนหน้าเค้ามานานแล้ว ชายหนุ่มนอนฟุบลงกับโต๊ะเลคเชอร์เผยให้เห็นกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่โผล่ออกมาจากท่อนแขนใหญ่ที่นอนสบายราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรกับอุณหภูมิแอร์ในห้องนี้
คาเมะหรี่ตามองเห็นผ้าสีดำสนิทที่โผล่แลบออกมาจากแขนของอีกฝ่ายที่ซ้อนกันราวกับหมอนชั้นดี และเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่ามีคนมามองการนอนหลับของตัวเอง ก็เงยหน้าขึ้นมองไปรอบห้อง คาเมะรีบหันกลับ ทำตัวไม่มีพิรุธว่ามองอีกฝ่ายอยู่ รู้สึกอิจฉาขึ้นมาลึกๆที่อีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะเป็นจะตายเพราะความหนาวอย่างเขาเลยสักนิด
‘หรือเพราะว่าหลังห้องอากาศจะอุ่นหน่อย’
เร็วเท่าความคิดคาเมะรีบผุดลุกขึ้นจากโต๊ะที่นั่งอยู่กลางห้อง หอบหนังสือเล่มหนาหนักหลายเล่มที่่ต้องใช้เรียนวันนี้ขึ้น หยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นสะพายก่อนเผ่นหนีจากกลางห้องไปยังหลังห้องที่ตัวเองคิดว่าท่าทางจะอุ่นกว่า ร่างบางแหงนมองช่องแอร์ที่มาสิ้นสุดอยู่ที่ริมแถว ที่นั่งติดกับผู้ชายที่เขากำลังจ้องเมื่อครู่ที่ตอนนี้กลับไปฟุบหน้าหลับตามเดิม
เสียงจ้อกแจ้กจอแจดังมาจากประตูทำให้ร่างบางรู้ว่า นักศึกษาเริ่มทอยเข้ามาเรียนในห้องแล้ว ริมฝีปากบางยิ้มกว้างเพราะอย่างน้อยถ้ามีคนอยู่เยอะอากาศก็จะอุ่นขึ้นกว่าคนน้อยๆ คนเริ่มทยอยเดินเข้ามาเรื่อยนั่งเป็นกลุ่มๆ คาเมะเหลือบตาเป็นระยะไปที่ประตูห้องเรียนทั้งสองข้างเผื่อจะเจอเพื่อนตัวเองที่เดินเข้ามาภายในห้อง
มือเล็กถูมือเข้าด้วยกันก่อนจะลูบแขนที่ขนแขนกำลังตั้งชันด้วยความหนาว ร่างบางใช้วิธีซ่อนมือทับกับขาที่นั่งอยู่ให้มันช่วยกันระบายความอุ่นให้กับมือที่ตอนนี้แข็งแทบจะทำอะไรไม่ได้ ร่างบางสูดจมูกฟึดฟัดเพราะอากาศหนาวทำให้จมูกแห้ง ปลายจมูกเล็กแดงนิดๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะใช้มือเย็นเฉียบยกขึ้นมาถูมันเบาๆเพื่อให้เกิดความร้อน
ร่างบางรู้สึกหนาวเยือกทั้งๆที่เพิ่งเปลี่ยนที่นั่งมา ที่ตรงที่เขาคิดว่ามันคงจะอุ่นกว่าที่เขานั่งเมื่อครู่ แต่คาเมะก็ยังสงสัยในตัวเองที่ทำไมรู้สึกว่ามันหนาวขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ ร่างบางใช้มือถูกับกรามเล็กของตัวเองที่สั่นงั่ก มองไปรอบห้องก็เห็นนักศึกษาที่ทยอยเข้ามานั่งจนเกือบเต็ม ตาเรียวเหลือบมองนาฬิกาที่ได้เวลาเข้าห้องเรียนมากว่าสิบนาที แต่ก็ยังไม่มีวี่แววของอาจารย์ที่สอนเลย คาเมะปรายตามองไปทางขวา มองชายหนุ่มที่หลับอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วก็ต้องนึกปลงในใจ ทำไมถึงต้องเกิดมาตัวเล็กด้วยนะ ถ้าเกิดตัวใหญ่ก็อาจจะอุ่นก็ได้ เขาว่าผู้ชายจะตัวอุ่นกว่าผู้หญิง คาเมะไม่เห็นว่าจะจริง ร่างสูงขยับตัวเล็กน้อยก่อนเงยหน้าขึ้นมองบรรยากาศของห้องเรียนที่ตอนนี้เต็มไปด้วยนักศึกษาหลายคนที่เริ่มนั่งจับกลุ่มพูดคุยกันเสียงดัง คราวนี้คาเมะเห็นเต็มตาเลยว่าไอ้ผ้าสีดำที่มันลอดออกมาระหว่างช่องท่อนแขนใหญ่มันคืออะไร
เสื้อกันหนาวสีดำตัวใหญ่วางกองอยู่บนโต๊ะที่หมอนี่นั่งอยู่ แถมยังใ้ช้มันมาหนุนต่างหมอนอีกต่างหาก คาเมะนึกคับแค้นในใจที่อีกฝ่ายมีของดีแต่ไม่ยอมใช้มันอย่างถูกต้อง มือใหญ่ของอีกฝ่ายยกขึ้นขยี้ตาก่อนจะอ้าปากหาววอดไม่สนใจอะไร แขนเรียวบิดขี้เกียจดังก๊อกก่อนที่จะหันกลับมาทางเขา คาเมะหันกลับขวับ ริมฝีปากเล็กสั่นนิดๆ กอดตัวเองแน่นๆหวังจะให้มันคลายหนาวเสียบ้าง ก่อนจะเอามือขึ้นมาถูกัน เสียงโทรศัพท์เครื่องเล็กที่แผดเสียงดังลั่นไม่มีใครสนใจเพราะเสียงคุยกันมันดังเสียกว่า คาเมะมองไปอีกด้านของตัวเองที่มีคนนั่งจนเต็มแล้วก็ต้องถอนใจว่าเพื่อนตัวเองยังไม่มาสักคน วันนี้ก็เลยต้องนั่งเรียนคนเดียวไปตามระเบียบ
“ว่าไง ปิดเครื่องทำไมทางุจิคุง” รับโทรศัพท์พร้อมคำถามทันที มือเล็กอีกข้างซุกเข้ากับกระเป๋ากางเกงยีนส์สีเข้ม กำแน่นเพิ่มความอบอุ่นให้กับร่างกาย
( ไม่ได้ปิด สงสัยไม่มีสัญญาณ นี่นั่งอยู่ตรงไหนเนี่ย พวกฉันขึ้นมาหมดแล้วนะคาเมะ ) เสียงจากอีกฟากดังจอแจไม่แพ้กัน คาเมะหันซ้ายหันขวามองไปรอบห้องเรียนก่อนจะเจอเจ้าเพื่อนตัวดีสองสามคนโบกไม้โบกมือมาจากอีกฟากของห้อง
“นั่งซะไกลเลย แล้วเอางานมาส่งหรือเปล่า งานที่ส่งให้ไปเมื่อคืนน่ะ” คาเมะถาม มือเรียวโบกตอบนิดๆก่อนจะเอามันเข้ามาซึุกที่เดิมอย่างรวดเร็วเพราะว่ายิ่งลมตีมือยิ่งหนาวกว่าเดิม
( เอามาๆ เดี๋ยวหมดคาบแล้วเดินไปส่งให้ แล้วขึ้นไปนั่งหลังสุดทำไม ที่นั่นหนาวจะตาย ) ปลายสายถามขึ้นอย่างสงสัย ปกติเพื่อนตัวเองก็ขี้หนาวจะตายแล้วขึ้นไปนั่งชั้นบนสุดหลังห้องที่ได้ชื่อว่าหนาวที่สุด
“ห๊ะ ก็ตอนแรกนั่งตรงกลาง แล้วมันหนาว ก็เลยย้ายขึ้นมานั่งข้างบนคิดว่าไม่หนาว เพราะ ... เออ ช่างเหอะ” คาเมะบอกหัวเสีย ตวัดตามองไปยังคนข้างๆที่เปิดหนังสือเรียนเล่นไปมา
( เหย .... คาเมะ ตรงที่คาเมะนั่งน่ะหนาวมากเลยรู้ไหม ขนาดยูยะนั่งยังสั่นงกๆ แล้วอย่างคาเมะจะไหวหรือ ลงมานั่งกับเราไหมล่ะ )
“จริงเหรอ แต่ที่นั่งตรงนั้นมันไม่มีที่นั่งแล้วนี่นา คนเต็มหมดแล้วอ่ะ” คาเมะพูดเสียงอ่อย ตามองที่ที่นั่งติดกับกลุ่มเพื่อนตัวเองที่ถกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาจับจองไปเป็นที่เรียบร้อย รู้สึกคิดผิดที่มานั่งตรงนี้จริงๆ
“ช่างมันเหอะ อาจารย์มาแล้ว แล้วค่อยคุยกันตอนเลิกคาบแล้วกันนะ จุนโนะ” ร่างบางบอกก่อนจะกดตัดสายไป อาจารย์ที่สอนวิชานี้เฮี้ยบเรื่องการใช้โทรศัพท์ในห้องมาก ถ้าเสียงโทรศัพท์ใครดังขึ้นในห้องเรียนล่ะก็ แกก็จะไม่สอนต่อแล้วเดินออกจากห้องเรียนไปเลย
คาเมะกดปุ่มปิดเครื่องแช่จนเห็นว่าโทรศัพท์ของตัวเองหน้าจอดับลงไปแ้ล้ว ร่างบางก็ใส่มันลงในกระเป๋าสะพายใบเล็กของตัวเอง มือเล็กยกหนังสือเล่มหนาสองเล่มออกหยิบเจ้าหนังสือเล่มสีฟ้าที่ใช้เรียนขึ้นมาเปิดไปบทที่กำลังฉายอยู่ีที่สไลด์หน้าห้องเรียน
เสียงพูดคุยของนักศึกษาเงียบลง ต่างคนต่างเปิดหนังสือไปตามๆกัน คาเมะซุกมือเข้าไปในเสื้อแขนสั้นของตัวเองเผื่อจะบรรเทาความหนาวได้ ที่นั่งตรงนี้หนาวกว่าที่อื่นจริงอย่างที่จุนโนะบอก เพราะตอนนี้คาเมะเพิ่งรู้สึกว่าผมเส้นเล็กของตัวเองปลิวนิดๆตามแรงลมเย็นที่ส่งออกมาจากช่องแอร์ เพราะพื้นที่นั่งเป็นที่สูงที่สุดของห้องที่มีเพดานระดับเดียว ทำให้แอร์เป่าลงมาที่ศีรษะเต็มๆ ร่างบางเหลือบตามองคนนั่งข้างๆที่ตอนนี้ขยี้ตานิดๆ แต่ไม่เห็นเสื้อหนาวที่เจ้าตัวใช้นอนเมื่อครู่ ก่อนที่สายตาตัวเองจะไปสะดุดที่กองผ้าสีดำที่กองอยู่ที่หน้าตักของอีกฝ่าย
‘หมอนี่มันไม่หนาวหรือไงนะ’
คาเมะคิดก่อนจะนึกเสียดายเจ้าเสื้อกันหนาวสีดำที่เจ้าตัวไม่รู้คุณค่าเอามันไปกองอยู่ที่หน้าตักของตัวเอง พยายามตั้งใจทำสมาธิกับสไลด์หน้าห้องเรียนที่ถูกเปิดเปลี่ยนไปพร้อมคำอธิบายของอาจารย์ที่เดินวนไปมาหน้าห้องอย่างน่าปวดหัว
“นี่เธอ ขอยืมปากกาหน่อยสิ” เสียงทุ้มต่ำพูดขึ้นพร้อมกับสะกิดที่ต้นแขนเรียวเบาๆ คาเมะสะดุ้งวาบ ก่อนจะหันไปมองร่างสูงเจ้าของเสื้อหนาวสีดำที่ตัวเองมองอยู่เมื่อครู่
ใบหน้าขาวยังมีท่าทีงัวเงีย ดวงตาคมหรี่ปรืิอนิดๆอย่างคนที่ยังไม่ตื่นเต็มตา ปากอิ่มสีสดเผยอค้างก่อนกดยิ้มนิดๆอย่างเป็นมิตร แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น คือมือใหญ่ที่เอื้อมมาสัมผัสเค้าเมื่อครู่
‘ทำไมหมอนี่ตัวอุ่นอย่างนี้’
คาเมะรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่ส่งออกมาร่างกายของอีกฝ่ายอย่างน่าอิจฉา มิน่าล่ะถึงว่าไม่เห็นต้องใช้เจ้าเสื้อหนาวนั่นเลย ถึงไปกองลงที่ตักเสียอย่างนั้น เจ้าตัวยังคงนั่งหันหน้ามาหาเขาพร้อมกับรอคำตอบจากสิ่งที่ขอยืมไปเมื่อครู่นี้
“เอ่อ แป๊บนะ เดี๋ยวหาให้” คาเมะก้มลงคุ้ยค้นปากกาในกล่องดินสอของตัวเอง จนปากกาสีที่ใช้ขีดเขียนออกมากองกระจาย
“สีอะไรก็ไำด้” อีกฝ่ายตอบกลับมาเมื่อเห็นว่าปากกาสีีรวมไปถึงดินสอแทบจะออกมากองทั้งกล่องอยู่รอมร่อ คาเมะยื่นเข้าปากกาแท่งสีดำให้อีกฝ่ายที่แบมือรับ นิ้วใหญ่ชี้ไปที่ปากกาสีที่เจ้าตัวเริ่มทยอยเก็บลงในกล่องตามเดิม
“ยืมใช้ปากกาสีด้วยได้ไหม” คาเมะพยักหน้าเออออไป ไม่ได้สนใจอะไรนักหนา สิ่งที่ร่างบางให้ความสนใจตอนนี้คือเจ้าเสื้อหนาวที่วางกองอยู่บนตักของอีกฝ่ายต่างหาก ตาเรียวพยายามให้ความสนใจกับเนื้อหาที่เรียน มือเล็กยกขึ้นมาจดเป็นระยะบ้างก็ใช้ปากกาสีขีดเส้นใต้ไฮไลท์ข้อความที่สำคัญที่ถูกเน้นบนสไลด์
“นั่นอ่านว่าอะไรน่ะ” เสียงทุ้มถามขึ้นพลางชะโงกหน้ามามองที่หนังสือเรียนของคาเมะ ร่างบางเบี่ยงตัวหลบให้อีกฝ่ายอ่านได้ถนัดขึ้น มือใหญ่เอื้อมมาทาบที่หนังสือของร่างบางไล่ตามบรรทัดโดยที่มืออีกข้างก็ลอกมันลงไปในหนังสือของตัวเอง
คาเมะวางปากกาสีส้มลงบนโต๊ะหลังจากเน้นประโยคที่อาจารย์เอ่ยย้ำว่าจะออกสอบแน่นอน ก่อนจะเปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีแดง ใบหน้าเรียวไม่ได้เงยขึ้นจากหนังสือเลย มือเล็กควานปากกาสีแดงที่ตัวเองจำได้ว่าวางเอาไว้นอกกล่องดินสอ คาเมะเหลือบตามองก่อนจะเห็นว่ามันกลิ้งไปอยู่ตรงกลางระหว่างเขากับผู้ชายคนนั้น มือเล็กยื่นไปหยิบเจ้าปากกาสีแดงเป็นจังหวะเดียวกับที่มือใหญ่ของอีกฝ่ายเอื้ื้อมมาหยิบเช่นเดียวกัน
มือของคาเมะจับอยูที่ปากกาสีแดงด้ามเย็นชืดแต่มือของอีกฝ่ายทับอยู่บนมือของคาเมะที่กุมปากกาอยู่ ไออุ่นของมือใหญ่ส่งผ่านความอบอุ่นมาให้กับมือเรียวของคาเมะที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง ร่างบางรู้สึกอยากจะซุกมือลงไปให้อีกฝ่ายกุมไปเรื่อยๆเพราะความหนาวจากแอร์ในห้องมันทำให้เค้าจะแข็งตาย แต่สติสัมปชัญญะก็เตือนเอาไว้ว่าอีกฝ่ายไม่ใช่เพื่อนตัวเอง มือเล็กชักออกจากมือใหญ่อย่างรวดเร็ว
“หนาวเหรอ” อีกฝ่ายถามขึ้นเมื่อคาเมะชักมือกลับไป เขาสัมผัสได้่ถึงความเย็นของมือเล็กนั่นจนคิดว่ามันไปแช่น้ำแข็งมาเสียอีก ใบหน้าสวยครางรับในลำคอ มองกระดานที่ตอนนี้ขึ้นโจทย์ที่ให้แก้ส่งในคาบเรียน
“เอาไหม” เสื้อกันหนาวสีดำถูกคลุมทับไหล่เล็กที่นั่งสั่นอยู่ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ คาเมะรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ห่อหุ้มทาบทับลงมาบนร่างกายราวกับช่วยชีวิตคนที่กำลังจะแข็งตายเพราะความหนาว
ร่างบางไม่ได้ตอบรับแต่ก็ไม่ไำด้ปฏิเสธ เสื้อกันหนาวสีดำตัวใหญ่ถูกเจ้าตัวพลิกกลับมาคุลมด้านหน้า ขนเล็กสอดเข้าที่แขนเสื้อสองข้าง ร่างบางรู้สึกได้ถึงกลิ่นหอมเท่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเจ้าตัวออกมาจากเสื้อของอีกฝ่าย มือเล็กยกคอเสื้อเข้าซุกใบหน้าลงเพราะรู้สึกว่าตอนนี้หน้าตัวเองเย็นชืดไปหมดแล้ว คาเมะจ้องเสื้อสีทึบก่อนจะนึกได้ ศีรษะเล็กผุดขึ้นมามองคนข้างที่กำลังจ้องตัวเองอยู่พร้อมรอยยิ้มปนขำ
“ขอบใจนะ แล้วนายไม่หนาวเหรอ เย็นจะตาย” ร่างบางบ่นพยักหน้าขึ้นไปด้านบนที่เป็นช่องแอร์ลงพอดี
“ไม่ล่ะ อากาศกำลังดีเลย” ร่างสูงตอบราบเรียบราวกับว่ามันเป็นอุณหภูมิปกติธรรมดา ทั้งๆที่นักศึกษาเสียส่วนใหญ่ที่นั่งอยู่ในห้องก็ใส่เสื้อหนาวกันหมด คนที่ไม่ใสก็ต้องออกอาการหนาวกันไปตามระเบียบ
“แ้ล้วแบกเสื้อหนาวมาทำไมล่ะ” คาเมะถามกลับ มองเสื้อหนาวตัวใหญ่ที่ไม่น่าจะใช่ของที่คนอื่นฝากมาแน่นอน เพราะว่ามันน่าจะพอดีและเหมาะกับบุคลิกของเจ้าตัว
“... เอามานอน” อีกฝ่ายตอบคำถามที่ทำเอาคาเมะนึกขำไม่ออก เสื้อหนาวที่นักศึกษาคิดว่ามันเกะกะที่สุดเพราะว่าถ้าออกจากห้องเรียนอากาศมันก็จะร้อน หลายคนเลยเลือกที่จะไม่ใส่มาเพราะว่าถ้าใส่มา อย่างไรเสียก็ต้องถอดออกมาถืออยู่ดี แต่อีกฝ่ายที่แบกหนังสือกองโตพอกันกับเขา กลับแบกเสื้อหนาวด้วยเหตุผลเดียว คือเอามันมาใช้นอน
“ฮ่ะฮ่ะ ... นายนี่ตลกดีนะ เออ ... แล้วคุยมาตั้งนาน ยังไม่รู้ชื่อ เรียนเซคเดียวกันหรือเปล่า” ร่างบางเอ่ยถาม เพราะห้องเรียนนี้เป็นห้องเลคเชอร์ใหญ่ จึงมีนักศึกษาเรียนปนกันหลายเซคชั่น
“อาคานิชิ จิน เซค 429 แล้วเธอ ....” ร่างใหญ่ลากเสียงยาว เลิกคิ้วถามร่างบางที่กำลังคุยด้วย
“คาเมนาชิ คาซึยะ เซค 430 ทำไมนายนั่งเรียนคนเดียวล่ะ” ร่างบางชวนคุยต่อ มือเล็กพลิกหน้าหนังสือตามที่ได้ยินเสียงอาจารย์บอก อีกฝ่ายก็ทำตามเช่นเดียวกัน
“วันนี้เพื่อนโดด แล้วไม่ได้โทรบอก เลยนั่งเรียนคนเดียว แล้วเธอล่ะ ทำไมมานั่งตรงนี้ เพื่อนนั่งอยู่ข้างหน้าไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มเอ่ยถาม ถือวิสาสะที่ได้ยินอีกฝ่ายคุยโทรศัพท์กับเพื่อนก่อนที่อาจารย์จะเดินเข้ามาในห้องเรียน
“ก็มาก่อนไง เลยต้องมานั่งอยู่คนเดียวแบบนี้” ร่างบางพูด ริมฝีปากบางเบะออกอย่างไม่พอใจ ใจจริงก็ไม่อยากบอกความจริงหรอกว่าที่ย้ายมานั่งตรงนี้เพราะคิดว่าที่นั่งตรงนี้มันอุ่นกว่าทีี่่อื่น เห็นนายนอนซะสบายเสียขนาดนั้น
“งั้นเหรอ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วทำเสียงสูง ราวกับว่าจะล้อว่าอีกฝ่ายพูดไม่จริง ร่างบางขมวดคิ้วมุ่น มองใบหน้าหล่อคมของอีกฝ่ายที่กำลังกดยิ้มน้อยๆ คาเมะคิดมาตั้งแต่แรกว่าผู้ชายคนนี้หน้าตาดี แต่ไม่คิดว่าจะหล่อได้ทุกอิริยาบถแบบนี้
“นา่ยนั่งตรงนี้เสมอเลยเหรอ” ร่างบางเอ่ยถาม หันหน้าไปที่กระดานที่ถูกเลื่อนที่ฉายสไลด์ขึ้นเพราะใกล้หมดคาบเรียน มองอาจารย์ที่กำลังหยิบใบรายชื่อออกมาเช็คทีละคน
“ทุกครั้งนะ ปกติก็มีเพื่อนนั่งด้วย ทำไมเหรอ” จินถามพลางเงี่ยหูฟังชื่อตัวเองที่ถูกเรียกออกไมค์เพื่อเช็คชื่อ “ก็ ... ตรงนี้มันเย็นออก ฉันว่านะ ไม่รู้นั่งไปได้ยังไง” คาเมะพูดก่อนซุกมือกอดอกในเสื้อหนาวของอีกฝ่าย
“เหรอ ฉันว่าอากาศมันก็ธรรมดาออก ที่อื่นสิร้อนไป” จินตอบเรื่อย ไม่ทันสังเกตเห็นตาเล็กๆของอีกฝ่ายที่โตราวกับไข่ห่าน คาเมะตกใจที่จินพูดออกมาได้ว่าที่นั่งที่อื่นร้อนไปแล้วที่นั่งตรงนี้อากาศธรรมดา พูดราวกับว่าอยู่ในห้องธรรมดาที่ไม่มีแอร์เสียอีก
“สงสัยนายคงเป็นมนุษย์เลือดอุ่นจริงๆล่ะ ฉันว่า ตรงไหนของห้องนี้มันก็หนาวทั้งนั้นล่ะ แต่ไม่คิดว่าตรงนี้จะหนาวที่สุด” คาเมะพูด ยกมือโบกให้อาจารย์เห็นก่อนจะขานรับเมื่อไล่ถึงชื่อตัวเอง
“เป็นคนขี้หนาวล่ะสิเธอน่ะ แล้วลืมหยิบเสื้อหนาวมาเหรอ” จินถามขึ้นเพราะปกติแล้วถ้าเกิดว่าเป็นคนที่เจออากาศเย็นๆแล้วสั่นขนาดนี้ก็คงไม่น่าจะลืมหยิบเสื้อหนาวติดมือมาเรียนด้วย คาเมะสั่นหน้าหงึกๆ เป็นนัยว่าอีกฝ่ายพูดถูก มือเล็กหยิบหนังสือกองใหญ่รวบขึ้นมาวางไว้ที่เดียวกันเพื่อที่จะได้หยิบลุกออกไปได้สะดวก
“ถ้าเรียนที่นี่ ... เอาของฉันไปก็ได้นะ ฉันจะใช้มันแค่ต้นคาบเท่านั้นแหล่ะ ก็อย่างที่บอก เอาไว้นอน พอเข้าคาบเรียนก็ไม่ได้ใช้แล้ว” จินพูดยิ้ม มองร่างบางที่หันหน้ากลับมาทำตาวิบวับ มือใหญ่ยกขึ้นรับที่อาจารย์เรียกชื่อของตัวเอง
“จริงเหรอ นาย ... พกมันมาทุกวันหรือเปล่า” คาเมะเอ่ยถามอย่างไม่เกรงใจ ก่อนจะรู้สึกตัวได้ว่าหลุดปากพูดออกไปแล้ว มือเล็กยกขึ้นปิดปากตัวเองก่อนยิ้มแหยๆให้ร่างสูงที่ตอนแรกก็งงไม่น้อยก่อนจะยิ้มให้ขำๆ
“ทุกวัน ส่วนมากฉันจะมาเรียนเช้า แล้วนอนดึกเลยง่วง แบกมันมาก็แค่นี้แหล่ะ ถ้าจะใช้โทรมาบอกก็ได้ เอาเบอร์มาสิ วันไหนจะใ้ช้ยิงมาหาก็ได้ ชั้นใช้โปรโมชั่นช่วงกลางวัน” จินพูดก่อนหยิบมือถือขึ้นมาเมมเบอร์คนตัวเล็กที่เอ่ยเสียงแจ้ว ร่างสูงกดปุ่มโทรออกยิงเบอร์เข้าเครื่องอีกฝ่ายที่กำลังเปิดโทรศัพท์รอรับ
“ลำบากนายไหมเนี่ย เพิ่งรู้จักกันแท้ๆ” คาเมะพูดเสียงเกรงใจ แต่หารู้ไม่ว่าป่านนี้แล้วจะต้องมานั่งเกรงใจทำไม ในเมื่อพูดแล้ว ตกลงแล้ว และก็แลกเบอร์กันเรียบร้อยแล้ว
“ไม่ล่ะ ฉันขับรถมา ก็แค่แบกมันเดินเข้าห้องเรียน พอเรียนเสร็จก็แบกมันกลับ เท่านั้นเอง ถ้าขึ้นรถประจำทางมาสิจะลำบาก ของพะรุงพะรัง” ชายหนุ่มเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า รอให้คนตัวเล็กยกหนังสือทั้งกองขึ้นทั้งๆที่ยังใส่เสื้อหนาวแบบคลุมด้านหน้าเอาไว้ ชายเสื้อจึงระลงไปถึงเข่า “เหมือนเอสกิโม” จินพูดกลั้วหัวเราะ
“แน่สิ ก็ที่นี่มันหนาวอย่างกับอยู่ขั้วโลกเลยนี่นา นายน่ะไม่รู้หรอก แต่ฉันจะแข็งตายอยู่แล้ว ยังไงก็ขอบคุณสำหรับเสื้อนะ จะเอาคืนเลยไหม” คาเมะพูดพลางเดินนำร่างสูง นักศึกษาหลายคนทยอยออกที่ประตูสองทาง แต่ก็ยังคงความแออัดเพราะต่างคนก็ต่างแย่งกันรีบออกจากประตู ร่างสูงที่เดินตามหลังจึงต้องเบียดเข้ามาชิดกับแผ่นหลังเล็กจนได้
คาเมะรู้สึกได้ถึงไออุ่นที่เบียดเข้ามาชิดหลังของตัวเอง ร่างบางพยายามไม่คิดอะไรแต่รับรู้ได้เต็มๆว่าอกกว้างของอีกฝ่ายทั้งอุ่นสบาย จนน่าอิจฉาทั้งๆที่อยู่ในห้องเรียนที่อากาศหนาวจนทนไม่ไหว แต่อีกฝ่ายยังตัวอุ่นได้ถึงขนาดนี้ ฟันซี่เล็กกัดลงบนริมฝีปากล่าง แก้มใสสองข้างแดงปลั่งเมื่อคิดว่าตัวเองจะอุ่นขนาดไหนหากอ้อมแขนทั้งสองข้างกอดเขาไว้ มันคงอุ่นจนสบายที่สุด
“คาเมนาชิ จะเอาเสื้อไปไหม แล้วเธอเรียนเสร็จตอนไหนก็ยิงมา แล้วเดี๋ยวชั้นเดินไปเอาเสื้อคืน” จินถามขึ้นจากด้านหลังทำเอาคาเมะสะดุ้งตกใจ เมื่อมือใหญ่ทาบลงกับไหล่เล็กข้างหนึ่งอย่างที่ทำจนเคยชิน
“อ่ะ ... อืม ... นายไม่เอาไปเลยแน่นะ ... ลำบากนายไหมเนี่ย ชักจะเกรงใจแล้วสิ” คาเมะเหลือบตามองไปที่จุนโนะกับยูยะที่ยืนรออยู่หน้าห้อง เพื่อนทั้งสองได้เดินออกมารอก่อนแล้ว ร่างบางถอดเสื้อออกจะคืนให้อีกฝ่ายเลย แต่มือใหญ่ก็รั้งเอาไว้ ก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ
“เลิกกี่โมง ฉันเลิกบ่ายสาม เธอล่ะ” จินถาม หยิบหนังสือเล่มโตในอ้อมแขนเล็กมาถือให้ก่อนเมื่อรู้สึกว่ามันจะร่วงหล่นไปจากอ้อมแขนเล็กที่หนีบมันอยู่
“บ่ายสามเหมือนกัน” คาเมะตอบ ใส่เสื้อหนาวตัวใหญ่ดีๆก่อนจะรับหนังสือมาถือเอง
“งั้นเดี๋ยวฉันโทรหานะ อย่าลืมล่ะ” จินพูดก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่ตึกเรียนอีกด้าน คาเมะหันกลับไปหาเพื่อนสองคนที่ยืนกอดอกรออยู่
“ถ้าวันนี้ฉันไม่รู้ว่าชายหนุ่มปริศนาคนนั้นเป็นใครอย่ามาเรียกกันว่าเพื่อนเลยนะคาเมะจัง” เสียงจุนโนะเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเช่นเดียวกันกับยูยะที่ยืนอยู่ข้างๆ คาเมะยิ้มทำหน้าแหยๆให้กับเพื่อนตัวเองก่อนเดินนำไปที่ห้องเรียนถัดไป
♠ ♣ ♠ ♣ ♠ ♣ ♠ ♣ ♠ ♣ ♠ ♣ ♠ ♣ ♠ ♣ ♠ ♣ ♠ ♣
“มันจะง่ายไปหรือเปล่าคาเมะ คิดดูสิว่าคนที่รู้จักกันวันแรกใครจะใจดีขนาดให้ยืมของแบบนี้กันล่ะ” ยูยะเอ่ยขึ้นพร้อมกับชี้ส้อมเข้าที่ใบหน้าของร่างบางที่นั่งตรงกันข้าม
“นั่นสิคาเมะ ฉันเองก็คิดเหมือนกับยูยะนะ” จุนโนะพูดพลางตักข้าวเข้าปากเรื่อยๆ
ทั้งสามคนนั่งทานอาหารอยู่ในร้านอาหารของมหาวิทยาลัย คาเมะที่เล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนตัวเองฟังแล้วก็ต้องมานั่งถูกเพื่อนทั้งสองของตัวเองวิจารณ์ถึงอาคานิชิ จิน เพื่อนใหม่ที่รู้จักกันในคาบเรียนตอนเช้า คนที่บอกว่าจะเอาเสื้อมาให้เค้ายืมได้ทุกวัน
“แต่ว่า ฉันว่าไม่น่าจะมีอะไรนาาา” คาเมะบอกเสียงยาว ใบหน้าสวยครุ่นคิดไปถึงคำพูดของอีกฝ่ายที่ดูท่าทางไม่มีเจตนาแอบแฝงอะไร
“แต่จะว่าเค้าก็ไม่ถูกนะยูยะ เพราะไม่ใช่เจ้าเพื่อนของเราเหรอที่กล้าไปเสนอเค้าแบบนั้น ถ้าเป็นฉันเจอคำถามตรงๆแบบนั้นก็คงปฏิเสธไม่ถูกเหมือนกัน เพราะว่าถ้าไม่ให้ก็จะกลายเป็นงกไปล่ะเนอะ” จุนโนะพูดพลางหันไปพยักหน้าเออออกับยูยะ คาเมะเบะปากยื่น มองเพื่อนตัวเองค้อนๆที่ไม่ได้เข้าข้างกันเลย
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเป็นจังหวะเพลงฮิตที่ร่างบางชอบ คาเมะหันไปรื้อมือถือของตัวเองที่จำได้ว่าใส่ลงไปในกระเป๋าใบเล็กที่ตัวเองพกมาด้วย มือเล็กเปิดพาพับโทรศัพท์ขึ้นก็เจอชื่อคนที่กำลังเป็นประเด็นสนทนาหราขึ้นมาที่หน้าจอ
“พวกนายพูดมากเลย โทรมาเลยเห็นไหม” คาเมะเบะปากก่อนกดปุ่มรับโทรศัพท์
( ... คาเมนาชิ ... ) เสียงทุ่มต่ำลังเล เพราะกลัวจะต่อเบอร์ผิดอย่างไรอย่างนั้น
“อือ ว่ายังไงเหรอ” คาเมะตอบรับ มือเล็ดปัดหน้ากลมๆของยูยะออกห่างจากโทรศัพท์เมื่อเจ้าตัวแนบใบหูเข้ากันกับตัวเครื่องหวังจะแอบฟัง
( คือวันนี้อาจารย์เค้าแคนเซิลคลาสน่ะ ฉันจะกลับบ้านแล้ว ยังไงเธอเก็บเสื้อไว้ก่อนไหม )
“จริงเหรอ คืออย่างนี้นะอาคานิชิ อาจารย์ฉันก็เหมือนกันน่ะ เรียนอะไรเนี่ย วิชาเดียวกันหรือเปล่า” คาเมะเอ่ยถามอย่างขำๆ ไม่ได้คิดเอาคำตอบเท่าไรนัก
( ไม่รู้สิ ฉันเรียนวิชา --- แล้วเธอล่ะ )
“ฮ่ะฮ่ะ ล้อฉันเล่นใช่ไหมเนี่ย เรียนวิชาเดียวกันเลย แล้วทำไมฉันไม่เห็นเจอนายเลยล่ะ วิชานี้มันเรียนมาสี่ห้าคาบแล้วนะ” คาเมะถามอย่างสงสัยเมื่ออีกฝ่ายตอบคำถามที่เค้าถามมาตรงๆ
( ฉันเพิ่งไปลงเพิ่มมาน่ะ เรียนกับเพื่อนอีกสองคน )
“จะกลับบ้านเลยเหรอ รอแป๊บนึงได้ไหม ฉันกินข้าวอยู่น่ะ เดี๋ยวจะเอาไปให้แล้วกัน” คาเมะบอกก่อนจะใช้มือข้างที่ว่างตักอาหารเข้าปากเรื่อยๆ
( อืม ... งั้นอีกสิบนาทีเจอกันหน้าตึกจอดรถแล้วกัน ฉันจะรอที่โต๊ะนะ เดินเข้ามาก็มาทักได้เลย )
พูดคุยอีกสองสามคำ คาเมะก็วางสายอีกฝ่ายไป เงยหน้ามองเพื่อนสองคนที่กำลังมองหน้าคาเมะราวกับคนแปลกหน้าจนคาเมะงงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ยูยะเอียงหน้าไปกระซิบกับจุนโนะที่พยักหน้าตามก่อนส่งสายตามามองคาเมะที่นั่งทำหน้าสงสัยแล้วขำ
“อะไรกันเนี่ยทั้งสองคน นินทาอะไรกัน” คาเมะโวยวาย มองยูยะที่ยังอมยิ้มไม่เลิก
“ฉันว่า นายอาคานิชิ จินอะไรนั่น มันต้องวางแผนจีบคาเมะแน่ๆเลย” ยูยะบอกเสียงสดใส หยิบแก้วน้ำปั่นขึ้นมาดูดพลางอมยิ้มหัวเราะ
“นั่นสิ นั่นสิ” จุนโนะพยักหน้าพูด ก่อนจะหันไปยักติ้วยิ้มกับยูยะกันสองคน คาเมะวางช้อนส้อม รวบมันเข้าหากันเป็นเชิงบอกว่าอิ่มแล้ว มือเล็กหยิบแก้วน้ำที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาดื่ม ก่อนจะตวัดตามองเพื่อนตัวเองที่กำลังนั่งปรึกษาเรื่องคาเมะกันอยู่สองคน
“จะไปแล้ว เจ้าของเสื้อเค้าโทรมาเอาเสื้อคืนแล้ว” คาเมะพูดพลางถลึงตาใส่เพื่อนทั้งสองที่หัวเราะขำราวกับว่าเรื่องของเขามันสนุกสนานเสียเต็มประดา
จุนโนะเรียกพนักงานที่เดินอยู่แถวนั้นเก็บเงิน เืมื่อหารค่าข้าวจนจำนวนเงินลงตัวแล้ว คาเมะก็เดินหอบหนังสือเล่มหนาออกจากร้านอาหาร ร่างบางเดินตรงออกไปที่ตึกจอดรถของมหาลัยที่ห่างออกไปสองสามช่วงตึก ขาเรียวก้าวยาวๆสวนกับจำนวนนักศึกษาที่ทยอยเดินเข้าออกเขตร้านอาหารของมหาวิทยาลัย มียูยะกับจุนโนะเดินตามมาติดๆ
เดินไม่ถึงสิบนาที ทั้งสามคนก็มายืนอยู่หน้าตึกจอดรถของมหาลัย ตาเรียวสอดส่ายสายตาหาเจ้าของเสื้อที่โทรมาเมื่อครู่ก่อนจะไปสะดุดตาที่กลุ่มนักศึกษาชายหญิงกลุ่มใหญ่ที่ส่งเสียงดังเฮฮาดังลั่น คาเมะเห็นใบหน้าหล่อคมสะดุดตาที่สุดในกลุ่มหัวเราะร่าไปกับเพื่อนฝูงที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
“จะเอาไงคาเมะ เดินเข้าไปหาเลยไหม” จุนโนะถามเมื่อเห็นว่าเพื่อนร่างบางยืนนิ่งทั้งๆที่เห็นอีกฝ่ายแล้ว สายตามองไปยังกลุ่มที่ดูท่าทางสนิทสนมเฮฮากันจนคิดว่าเพื่อนตัวเล็กของตัวเองจะกล้าเดินเข้าไปแทรกไหม
“ทำอย่างกับไม่รู้จักเพื่อนของเราเลยนะจุนโนะ” ยูยะส่งสายตาไปให้จุนโนะที่หันขวับมามองก่อนหันไปหาคาเมะ เืพื่อนตัวเล็กของเขากำลังก้าวขาช้าๆเข้าใกล้กลุ่มนั้นจนคิดว่าใกล้พอที่อีกฝ่ายจะเห็นร่างบางยืนอยู่แถวนั้น
เป็นอย่างที่คาเมะคิด เมื่อสายตาของอาคานิชิ จินเห็นคนตัวเล็กยืนอุ้มหนังสือเล่มหนัก ชายหนุ่มก็เด้งตัวลุกขึ้น ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดกดยิ้มนุ่มๆให้กับร่างบางที่ยังคงใส่เสื้อกันหนาวของตัวเองอยู่ไม่ได้ถอด ร่างสูงดันเพื่อนตัวเองออก ก่อนจะเดินเข้ามาหาร่างบางที่ยืนรออยู่ ด้านหลังมีเพื่อนสองคนที่ยืนรออยู่เช่นเดียวกัน
ขาเรียวยาวสาวเท้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็กที่ยืนอยู่มุมหนึ่ง ไม่ได้สนใจสายตาของเพื่อนในกลุ่มเกือบสิบคนที่จ้องมายังร่างสูงก่อนจะเปลี่ยนเป็นร่างเล็กที่เพื่อนตัวเองเดินเข้าไปหา คาเมะเห็นผู้ชายสองคนกระทุ้งศอกให้ดูตัวเขาก่อนจะกดยิ้มลึก ตาเรียวปรายมอง ไม่ใช่ให้สองคนนั้น แต่ให้คนที่กำลังจะเดินเข้ามาประชิดตัวเขา “
ยังหนาวอยู่อีกเหรอ” จินถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเสื้อหนาวของตนถูกใส่อยู่บนตัวคนตัวเล็ก ชายเสื้อยาวปิดต้นขาเสียมิดดูราวกับเด็กที่ใส่เสื้อใหญ่เกินขนาด
“นิดหน่อย ก็เพิ่งเดินออกมาจากห้องแอร์นี่ เดี๋ยวจะคืนให้รอแป๊บ” คาเมะหันหลังจะฝากหนังสือของตัวเองไปให้เพื่อนสองคนถือ จะได้ถอดเสื้อคืนอีกฝ่ายได้สะดวก แต่ก่อนที่ร่างบางจะได้หันไปยื่นให้จุนโนะกับยูยะ มือใหญ่ก็เืือื้อมมาดึงหนังสือออกไปจากมือเล็กแย่งเป็นฝ่ายถือให้แทน คาเมะเลิกคิ้วสงสัยแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร ถอดเสื้อกันหนาวสีดำสนิทคืนให้อีกฝ่ายที่รับมันไปพาดบ่า
“จะกลับเลยเหรอ” ถามขึ้นเมื่อร่างบางรับหนังสือของตัวเองกลับไปถือเรียบร้อยแล้ว
“อืม ก็คงอย่างนั้น เดี๋ยวรถจะติด ไม่มีรถขับอย่างใคร” คาเมะพูดยิ้มๆ ไม่ได้จงใจกระทบไปถึงใครแต่ร่างสูงก็หัวเราะขำ รู้ว่าอีกฝ่ายจงใจพูดถึงเขา
“บ้านอยู่ไหนเหรอ” จินถามไปอย่างนั้น ไม่ได้คิดอะไรมาก นึกสงสารร่างบางที่ลำบากหอบหนังสือเล่มหนักขึ้นรถประจำทางไปมา ทั้งๆที่รู้ว่าทางมหาวิทยาลัยเองก็มีรถตู้ไว้คอยบริการเพื่อเพิ่มความสะดวก แ้ลวร่างบางก็คงเป็นคนหนึ่งที่ใ้ช้บริการด้วย
“บล็อก X ถนน Y” คาเมะพูดตอบ ไม่ได้เป็นความลับขนาดทีว่าไม่สามรรถบอกใครได้เสียหน่อย
“บังเอิญอีกหรือเปล่า บ้านฉันอยู่ห่างไปสองบล็อก” จินตอบอึ้งๆ มองร่างบางที่ก็เหวอไปไม่แพ้กัน “เอางี้ ยังไงเดี๋ยวไปส่งก็ได้ หนังสือเรียนท่าจะหนัก เรียนอย่างนี้ทุกวันหรือเปล่าเนี่ย”
“ก็นะั ... แต่ไม่เป็นไรหรอก เกรงใจ ไหนจะเรื่องเสื้อ ยังไงก็ขอบคุณสำหรับน้ำใจแล้วกันนะ อาคานิชิ” คาเมะตอบยิ้มหวาน รู้สึกว่าวันนึงจะต้องมีเรื่องรบกวนอีกฝ่ายมากเกินความจำเป็นไปเสียแล้ว “อีกอย่าง ฉันนั่งรถตู้ทุกวันก็ไม่เดือดร้อนอะไร”
“ไม่เป็นไรน่า ไม่ต้องเกรงใจ ยังไงบ้านฉันก็อยู่ลึกกว่า ต้องผ่านทางนั้นอยู่พอดี” อาคานิชิ จินพูดขึ้น รอคำตอบจากร่างเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ไปกับเค้าเลยก็ได้คาเมะ จะได้ไม่ต้องโทรมาบ่นเวลาถึงบ้านว่ารถตู้นั่งไม่สบายบ้างล่ะ นั่งเบียดบ้างล่ะ หนังสือหนักบ้างล่ะ” เสียงเล็กที่เอ่ยกับเล่าเรื่อยเรื่อยเปื่อยดังมาจากยูยะที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้เมื่อคาเมะถลึงตาปรามใส่
“ลืมไปเลย นี่เพื่อนฉัน เทโงชิ ยูยะ กับทางุจิ จุนโนะสุเกะ” คาเมะแนะนำเพื่อนสองคนที่ยิ้มให้กับร่างสูง อาคานิชิ จินยิ้มตอบนิดๆก่อนหันไปสนใจร่างบางที่เขากำลังรอคำตอบอยู่
“ทางเดียวกัน ไปด้วยกัน นอกจากลดมลภาวะโลกร้อนแล้วยังจะประหยัดด้วยนา” จุนโนะแหย่ขึ้นบ้าง
“น่า อย่าคิดมาก ทางผ่านพอดีด้วย อย่างที่เพื่อนเธอทั้งสองคนบอกด้วยล่ะ” ร่างสูงเสริมคำพูดของเพื่อนคาเมะให้ร่างบางรู้สึกเอนเอียงเข้ามากมาขึ้น คาเมะเหลือบตามองร่างสูงที่ยืนยิ้มรอคำตอบ ดวงตาคมทอดมองเขาอย่างเป็นมิตรแลดูวางใจได้
“อืม ... งั้นก็ ... ขอรบกวนอีกเรื่องแล้วกันนะ อาคานิชิ” สิ้นคำตอบ ร่างสูงก็ยิ้มกว้างพยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะบอกให้ร่างบางยืนรอตัวเองไปเอาหนังสือที่โต๊ะมาก่อน ชายหนุ่มแหวกเจ้าเพื่อนที่ยืนมองเขากับคาเมะเข้าไปหยิบหนังสือของตัวเองที่วางกองอยู่ที่มุมโต๊ะ เหลือบมองร่างบางที่ยืนคุยหยอกล้อกับเพื่อนจนใบหน้าเรียวสวยแดงก่ำ
“ใครวะจิน” เสียงแหบต่ำของเพื่อนเข้ามากระซิบถามชายหนุ่มที่ก้มหน้าก้มตาเก็บหนังสือ
จินกดยิ้มมุมปากอย่างที่เจ้าตัวชอบทำเวลาอารมณ์ดี มองไปยังร่างบางที่เบะปากอย่างน่ารัก ตีแขนเพื่อนคนที่ตัวเล็กๆเล่นก่อนหันไปไล่เบี้ยเอากับเจ้าคนตัวสูงโย่งที่ดูท่าทางจะไปพูดอะไรไม่เข้าหูเข้า
“.... อนาคตแฟน ....”
TO BE CONTINUE *
^_____________^
:: 19062008 ::
edit @ 20 Jun 2008 00:54:57 by `` CHEEZZIE ✖