[FICTION] x-x-x-x-x HOW DARE U !!! 02 x-x-x-x-x (Akanishi+Kamenashi)
== == == == == == == == == == == == ==
Fiction :: How Dare U !!
Cast :: Akanishi x Kamenashi
Act :: 02
== == == == == == == == == == == == ==
“ฮึก ... นาย ... ปล่อย ... เลิกจับได้แล้วเว่ย !!!!!”
จินมองมือตัวเองที่จับแผ่นอกเนียนเรียบอย่างไม่เชื่อสายตา ก่อนที่กำปั้นเล็กๆนั่นจะซัดเสยเข้าที่ใบหน้าหล่ออย่างจัง จินเงยหน้าไปตามแรงที่เสยขึ้นมาจนทำเอาเค้าเจ็บจี๊ดเข้าที่คาง ไม่น่าเชื่อว่าตัวเล็กแค่นั้นจะมีแรงเยอะได้ขนาดนี้
“ไอ้วิปริต ไอ้ทุเรศ ไอ้ ... ไอ้ ... ไอ้หื่นกาม !!!! กูเป็นผู้ชายเว่ยยย !!!!!” ร่างเล็กตะคอกด้วยความโมโห กำลังจะสะบัดกำปั้นเข้าหาใบหน้าหล่อนั่นอีกที แต่ว่ามืออีกฝ่ายไวกว่า จับที่กำปั้นเล็กๆนั่นก่อนสะบัดออกทำให้ร่างบางที่ทุ่มกำลังออกไปทั้งตัวเซไปด้านข้าง
จินรู้สึกเจ็บแปล๊บที่คางจนมึนไปหมด ยังดีที่ตั้งตัวทันไม่งั้นกำปั้นนั่นได้เสยเข้ามาอีกรอบ เค้าต้องน๊อคลงไปนอนที่พื้นแน่นอน มือใหญ่รีบจับแขนสองข้างของคนตัวเล็กล๊อคเข้าที่ด้านหลัง มองคู่กรณีที่ทั้งดีดทั้งดิ้นสะบัดตัวให้หลุดจากมือที่แข็งราวกับคีมเหล็ก มองใบหน้าเรียวที่ไม่สบอารมณ์อย่างแรง .. . มองยังไง ก็ไม่คิดว่าร่างตรงหน้า จะเป็นผู้ชายไปเสียได้ ! !
“โอ๊ยยยยย อยู่เฉยๆจะได้มั้ย รู้แล้วว่าเป็นผู้ชาย ก็แบนซะขนาดนั้น” จินชักรำคาญกับที่อีกฝ่ายยังดิ้นไม่เลิก ก่อนจะสะบัดปล่อยจนอีกฝ่ายกระเด็นไปอีกด้าน ร่างบางทรงตัวยืนก่อนจะใช้หลังมือถูริมฝีปากตัวเองอย่างแรง ยังไม่วายยกชายเสื้อขึ้นมาถูต่อ จินมองหน้าท้องแบนเรียบที่เนียนขาวพลางถอนหายใจ ยังไงก็คิดอยู่อย่างเดียว ถึงไม่เป็นเลส ก็ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชาย !!! สวยกว่าผู้หญิงที่อยู่ด้วยกันเมื่อกี๊อีก
“มองทำไม ไอ่เกย์วิปริต” เสียงเล็กตวาดขึ้นอีกรอบ จินเหลือบมองก่อนทำเป็นไม่สนใจ จะว่าเสียปากมั้ย ที่จูบกับผู้ชาย จินบอกเลยว่าไม่ ผู้ชายที่สวยเร้าใจจินขนาดนี้ ด่าว่าเกย์ก็ยอมล่ะวะ เพราะยังไง จินมันประเภท หญิงก็ได้ ชายก็ดีอยู่แล้ว ขอให้ถูกใจเสียอย่าง ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะสนใจเรื่องเล็กน้อยอย่างนั้นอยู่แล้ว แต่คนตรงหน้าีนี่สิ .. . .
“ฉันจะไม่เอาเรื่อง ไหนก็ต่อยไปแล้ว ถอยไป จะเอาน้ำยาล้างส้วมมาล้างปาก จูบกับผู้ชายด้วยกัน ไม่เห็นดีตรงไหน !! เพราะนาย ดูสิ เอมิจังเค้าหนีฉันไปไหนแล้ว ซวย ซวยบรรลัยอะไรอย่างนี้วะเนี่ย !!!” ร่างเล็กบานหัวเสีย ขว้างตาค้อนให้อีกฝ่ายที่ยืนถัดไปไม่ไกล แต่ขวางทางเดินออกไปด้านนอกของเค้าอยู่
จินหัวเราะพรืด แต่ก็เก็บอารมณ์ทัน อยากจะบอกตรงนี้นัก ผู้ชายร้อยเปอร์เซ็นต์ที่ไหนเค้าขว้างตาค้อนแบบนั้นกันเล่า ตั้งแต่เกิดมา จินยังไม่เคยทำเลยให้สาบานเหอะ แล้วก็ไม่คิดที่จะทำด้วย แต่คนตรงหน้า ทำแล้วดูน่ารักดี เพราะงั้นก็ไม่อยากขัดล่ะ ร่างบางเห็นอีกฝ่ายยืนทื่อแถมยังอมยิ้มหัวเราะคนเดียวก็รู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาตงิดๆ ก่อนจะผลักอีกฝ่ายให้พ้นทางเดินออกไปอย่างอารมณ์เสีย บ่นพึมพำขมุบขมิบกับตัวเอง
“ไอ่เกย์บ้า เสือกจูบมาได้ กูไม่ได้เป็นเกย์นะเว่ย แม่งง .. . อย่าให้กูเจออีกครั้งนะ ไม่งั้นพ่อจับทุ่ม โว้ยยย อารมณ์เสียเว้ยยย เอมิจังหายไปไหนแล้วเนี่ย เซ็งเป็นบ้า เอมิจังเกือบจะเสร็จอยู่แล้วเชียวววว”
จินมองหาเพื่อนสามตัวหลังจากที่เดินออกมาจากบรรดาห้องพักที่เข้าไปสำเร็จกิจกรรมมาด้วยใบหน้าอารมณ์ดี ก่อนจะเข้าไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม ไม่ได้สนใจไอ่เพื่อนที่มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น
“มึงไปขึ้นสวรรค์ชั้นไหนมาถึงอารมณ์ดีจนหน้าบานเป็นกระด้งแบบนี้วะ กูถามหน่อย” เรียวเป็นคนแรกที่เอ่ยปากถามขึ้น
“เออ อย่าให้กูหล่อแบบที่สาวเดินเข้ามาหาเองบ้างแล้วกัน ไม่งั้นกูจะไมไว้หน้าเมิงเลยไอ่จิน” โคคิที่เริ่มโวยวายเป็นอาการบ่งบอกถึงความเริ่มเมาของเพื่อนทำเอาจินส่ายหน้าไม่สนใจ หยิบแก้วเหล้าของตัวเองที่ยูอิจิชงส่งมาให้ก่อนยกขึ้นดื่มรวดเดียว
“ครั้งนี้มึงดูอารมณ์ดีแปลกๆจริงว่ะจิน สาวคนนั้นเค้าถึงใจเอ็งมากเหรอวะ หรือเจออะไรดีๆมา” ยูอิจิเริ่มเก็บอาการสงสัยไม่อยู่ ก่อนที่โคคิจะทำมือส่งสัญญานเป็นเชิงเห็นด้วยให้
“ทั้งสองอย่าง” จินตอบสั้นๆ ก่อนส่งแก้วเหล้าให้ยูอิจิอีกครั้ง
“มึงจะโชคดีเกินไปแล้ววววว ดูอย่างท่านโคคิสิ วันนี้ได้แต่กินแห้วว กูรู้สึกไม่ดีเลยที่ชวนไอ้จินกับไอ้เรียวมา สาวที่ไหนก็จะเดินมาหากูแล้วบอกว่า ช่วยเอานี่ไปให้เพื่อนพี่ที่โต๊ะทีนะคะ กูเซงงงงงงงงงง” โคคิโวยวายตามประสา ทำเอาทั้งจินและเรียวหัวเราะออกมา
“ช่วยไม่ได้ มึงไม่ได้เกิดมาหล่อเหมือนไอ่จิน ไม่ได้เท่ห์เหมือนไอ่เรียว ไม่ได้ดูดีเหมือนกูนี่หว่า” เป็นยูอิจิที่เอ่ยออกมา ทำหน้าตายเหมือนตัวเองพูดอะไรไม่ผิด
ทั้งสามคนที่เหลือมองหน้ากันก่อนส่ายหน้า เป็นโคคินั่นแหล่ะที่พูดขัดออกมาอีกครั้ง
“เอาเป็นว่า กูจะทำเป็นไม่ได้ยินประโยคหลังสุดของเมิง ยูอิจิ”
== == == == == == == == == == == == ==
เวลาปิดเทอมผ่านไปไวเหมือนโกหก
เมื่ออาทิตย์ก่อน เค้ายังนั่งอยู่ในร้านเหล้ากับเพื่อนอีกสามคน กลับบ้านเช้านอนแฮงค์กันอยู่เลย มาวันนี้จินก็ต้องแฮงค์เพราะว่าต้องตื่นเช้าขับรถมามหาลัยอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าการลงเรียนเช้ามันน่าปวดหัวขนาดนี้ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าเป็นวันแรกของเปิดเทอม อะไรๆก็ดูไม่ลงตัว เค้าไม่มีความจำเป็นที่ต้องมานั่งตื่นเต้นเวลาเปิดเทอมเหมือนนักศึกษาเข้าใหม่ เพราะว่านี่เป็นปีสุดท้ายที่ต้องเรียนแล้ว อะไรๆก็ดูน่าเบื่อ คุ้นหูคุ้นตาไปเสียหมด
ช่วงเช้ารถติดอย่างที่คาดเอาไว้ จินรู้สึกดีที่กลั้นใจตื่นเช้ากว่าปกติ มหาลัยของเค้าตั้งอยู่นอกตัวเมืองที่ต้องขับออกไปไกลโขหน่อยแต่ภายในสะดวกสบายราวกับว่าหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งก็ว่าได้ ชายหนุ่มมองรถที่เคลื่อนตัวไปอย่างช้าๆ ก่อนตัดสินใจเปิดเพลงจังหวะมันส์ๆดังเพื่อปลุกให้ตัวเองตื่นไปในตัว
รถค่อยๆเคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ แม้จะติดบ้างแต่ก็ถือว่าสบายๆ ไม่ติดจนต้องมานั่งอารมณ์เสียแต่เช้า อึกใจเดียว จินก็จอดรถอยู่ในเขตมหาวิทยาลัยอย่างเรียบร้อย แม้ว่าจะไม่ได้จอดในเขตคณะตัวเอง แต่จินก็ไม่ได้ซีเรียสที่ต้องมาจอดถึงหน้าคณะนิเทศที่ห่างกันแค่เดินห้านาทีถึง ชายหนุ่มล๊อกรถเรียบร้อย หยิบของจำเป็นออกมาจากรถก่อนมุ่งหน้าไปยังตึกเรียนคณะบริหาร
จินเดินมองบรรยากาศเดิมๆอย่างใจลอย ไม่ได้สนใจอะไรรอบข้าง จะปิดตาเดินยังได้ในเมื่อเดินเข้าเดินออกมาตั้งสามปีแล้ว จะกลัวก็แต่คนที่เดินผ่านไปมาจะชนนั่นล่ะ จินนั่งลงบนโต๊ะม้าหินที่เรียงรายอยู่หน้าตึกเรียน อีกตั้งเกือบชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเรียนคาบแรก และจินก็ไม่ได้รีบร้อนจะต้องเป็นเด็กดีเข้าห้องเรียนก่อนนัก ชายหนุ่มจึงนั่งลงบนโต๊ะม้าหินตัวเดิมด้วยความเคยชิน เหลือบมองหนังสือสามสี่เล่มที่วางอยู่บนโต๊ะก็รู้ว่ายูอิจิมาถึงก่อนแล้ว มือใหญ่ไล่เปิดหนังสือเรียนเล่มใหม่ที่ยูอิจิเป็นคนดีเดินไปซื้อมาวางกองเรียงไว้ ก่อนเจ้าตัวจะโผล่มาพร้อมแก้วกาแฟกระดาษที่ควันฉุย
“มึงมาเมื่อไหร่วะ กูเพิ่งเดินไปซื้อกาแฟมานี่” ยูอิจิถามก่อนนั่งลงตรงข้าม
“มาตอนที่มึงเดินไปซื้อกาแฟนี่แหล่ะ มึงเดินมากูก็นั่ง .. . ค่าหนังสือเท่าไหร่วะ ขอบใจที่เดินไปซื้อมาให้” จินถามก่อนจะควักกระเป๋าเงินเตรียมจ่ายให้เพื่อน
“1,200 เยน บวกค่ากูเดินอีก 500 เยนเป็น 1,700 ท่านยูอิจิลดราคาให้ถูกๆ” ยูอิจิบอกก่อนยื่นมือออกมาแบรับ ทำหน้ากวนๆใส่ “เอาไปพันเยนไป กูไม่มีเศษ ลบออกไปสองร้อยค่าที่มึงทำหน้ากวนตีนใส่กู” จินบอกพร้อมยัดเงินเข้ามือเพื่อนที่ทำหน้ายู่ ไม่พอใจ ยังแบมืออยู่ไม่เลิกนั่นล่ะ
“บ้านมึงออกจะรวย ทำตัวงกน่าจิน” ยูอิจิพูดพร้อมกับซดกาแฟจนหมดแก้ว
“บ้านกูค้าขาย พอมีพอกินเว่ย ไม่ได้ใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย” จินบอกก่อนจะควานหาเศษเหรียญร้อยเยนในกระเป๋าให้เพื่อน
“เชี่ยจิน ค้าขายอย่างบ้านมึงอ่ะ เค้าเรียกอภิมหาเศรษฐี ขายไรไม่ขาย เสือกขายที่ดิน ไอ่เวร” ยูอิจิบ่่นก่อนจะรับเหรียญที่จินยัดส่งๆให้ในมือ ยูอิจิทำตาปริบๆมองเงินในมือก่อนมองหน้าเพื่อน
“ทำไม ? ไม่พอเหรอ ก็ 1,200 เยนไงวะ” จินเอ่ยตัดรำคาญ ล้วงบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบยามเช้า
“เปล่า มึงจะไม่ให้กูค่าเดิน 500 เยนจริงเหรอวะ” ยูอิจิบานงึมงำก่อนเก็บเงินเข้ากระเป๋าตังค์ตัวเอง จินถอนหายใจพรืด กำลังจะเงื้อมือหยิบหนังสือเล่มหนาฟาดเข้ากะบาลมันแต่ยังมีคนเร็วกว่าจิน
โบรชัวร์บางๆถูม้วนก่อนจะฟาดเข้าที่หัวยูอิจิดังป้าบ ยูอิจิผุดลุกขึ้นมองคนที่ฟาดมา ปรากฏว่าเป็นโคคิที่เดินตามมาติดๆด้วยเรียว ชายหนุ่มคลำหัวป้อยๆก่อนจะทำมือส่งสัญลักษณ์ไม่สุภาพให้โคคิ
“มึงอย่ามาหยาบคายแถวนี้น่า ไอ่ยู ดูสิรุ่นน้องมองกูไม่ดีเลยเห็นไหม” โคคิเอ่ยก่อนจะนั่งลงข้างๆเพื่อน เอ่ยทักทายจินสองสามคำก่อนจะหันไปเคลียร์เรื่องเงินค่าหนังสือกับยูอิจิ เรียวที่เดินมาทรุดนั่งลงข้างๆจินก่อนจะถอนหายใจ
“เมิงจะล้างหน้าพวกกูก่อนเข้าเรียนด้วยควันบุหรี่หรือไงวะ เช้าแล้วสดใสหน่อยไอ่จิน” เรียวบอกก่อนจะรับเงินทอนมาจากยูอิจิหลังจากที่จ่ายค่าหนังสือที่เพื่อนอุตส่าห์เดินไปซื้อมาสแปร์ให้
“กูง่วงว่ะ อยากโดดไปนอนฉิบ” จินบอกก่อนจะกดบุหรี่ลงบนโต๊ะ ก่อนใช้กระดาษโปรชัวร์ที่โคคิใช้ตบหัวยูอิจิเมื่อกี๊ห่อลวกๆ ก่อนขยำแล้วโยนทิ้งที่ถังขยะแถวนั้น
จินมองไปรอบ วันนี้อากาศชื้นๆ คงเป็นเพราะว่าฝนตกเมื่อเช้ามืดเลยทำให้อากาศดูขมุกขมัวแบบนี้ ยิ่งมาเจอกับอารมณ์แบบนี้ของเค้ายิ่งทำให้อะไรรอบตัวก็ดูน่าเบื่อไปเสียหมด วันเปิดเทอมวันแรกของปีสุดท้ายแห่งการเรียนจึงกลายเป็นวันที่แกร่วที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา
“เออ .. กูว่าจะถามนานล่ะ ทำไมเด็กนิเทศวันนี้หน้าใหม่ๆเยอะจังเลยวะเนี่ย ดูดิ่แจ็คเกตเด็กนิเทศ ไ่มใช่ปี 1 ด้วย” ยูอิจิถามขึ้น เพราะจากโต๊ะที่นั่งอยู่ ทำให้เห็นความเคลื่อนไหวของตึกนิเทศที่ตั้งอยู่ข้างๆได้อย่างชัดเจน แจ็คเกตสีดำสกรีนลายตัวหนังสือชื่อคณะนิเทศเป็นภาษาอังกฤษด้านหลัง ด้านล่างของชื่อคณะคือชื่อวิชาเอกที่เรียนอยู่
“อะแฮ่มๆ ท่านโคคิจะบอกเอง .. . คณะนิเทศเอกการแสดงอ่ะ ปี 3 กับปี 4 เค้าย้ายมาเรียนที่แคมปัสนี้แล้วเว่ย เพราะฉะนั้น เราก็จะมีอาหารตาดีๆโผล่มาอีกแล้วเว่ยไอ่ยู ชีวิตปีสุดท้ายนี่มันก็ไม่ได้แย่เนาะ” โคคิเอ่ยทำท่าเป็นผู้รู้ ชำเลืองมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม
จินมองตามเพื่อนที่ต่างพากันหันไปมองทางตึกเรียนคณะนิเทศ อย่างที่โคคิมันว่าไว้ ส่วนมากแล้วเด็กคณะนิเทศจะเป็นเด็กที่หน้าตาดี และมั่นใจว่าชั้นเรียนด้านนี้ได้จบออกไปทำงานที่ตัวเองต้องการได้แน่นอน แล้วยิ่งถ้าเป็นคณะการแสดงกับโฆษณาแล้วล่ะก็ .. . ไม่ต้องพูดถึง พวกนี้ค่อนข้างมั่นใจในหน้าตาตัวเองมากกว่าเพื่อน อาจเป็นเพราะเรียนการแสดง ทำให้ต้องมีความกล้าในการแสดงออกมากว่าชาวบ้านทั่วไป การพรีเซนต์ตัวเองเลยทำให้ดูเด่นตามกัน ถ้าจะว่ากันตรงๆแล้ว กลุ่มที่จินกำลังมองอยู่นั่นก็หน้าตาดีมากเลยทีเดียว
“จิน แกไม่คิดจะมีกิ๊กเป็นสาวนิเทศให้เพื่อนชุ่มชื่นหัวใจมั่งเหรอวะ? ดูท่าทางฝ่ายนั้นเค้าก็สนใจแกนะ” เป็นโคคิที่ถามขึ้นหลังจากมองจินเล็งกลุ่มเด็กนิเทศอยู่นาน และเด็กกลุ่มนั้นก็มองกลับพร้อมกับส่งตาเล็กตาน้อยให้เพื่อนตัวเอง
“เพื่ออะไรวะ ถ้าไอ่จินมันจะมีเด็กคณะนั้นแล้วพวกแกจะชุ่มชื่นหัวใจ กูยังคิดไม่ออก” ยูอิิจิสวนขึ้นทำหน้างง ไม่รู้เรื่อง ก็็การที่จินจะมีแฟนมีเด็กอยู่คณะไหน แล้วพวกเรามันจะไปเอี่ยวยังไง
“ไอ่ยูเมิงไม่รู้อะไร ก็ถ้าไอ่จินมันมีเด็กคณะนั้นไว้ในฮาเร็มมันอีกคน เมิงคิดดูนะเว่ย หน้าตาดีน้อยซะเมื่อไหร่ เราก็จะใช้อภิสิทธิ์เพื่อนมัน เดินไปตึกนั้นเมื่อไหร่ก็ได้ แถมอาจจะได้สาวๆกลับมาด้วยนะเมิง” โคคิเล่าความคิดอันแสนประเสริฐทำเอาเรียวหัวเราะพรืด ไม่รู้ว่ามันเอาความคิดแผลงๆนี้มาจากที่ไหน สงสัยจะเป็นเพราะว่าในหัวของมันมีแต่เรื่องพรรค์นี้อยู่แล้ว มันเลยคิดอะไรเบี่ยงเบนออกไปจากเรื่องนี้ไม่ได้เสียที
“เออ ความคิดดีว่ะโคคิ” ยูอิจิตอบทันควัน ทำเอาเรียวที่มองเพื่อนทั้งสองด้วยความสมเพสขำไม่ออก
“ถึงกูจะมีเด็กคณะนั้น กูว่ามันก็ไม่เห็นเกี่ยวยังไงกับพวกเมิง เค้าก็จะมองเมิงเป็นแค่เพื่อนของกูเท่านั้น หรือเมิงยังจำกรณีมายะไม่ได้” จินเตือนความจำไปถึงเด็กของจินคนก่อนหน้า
โคคิกับยูอิจิหัวเราะฝืดๆ อย่างที่จินว่า มายะ เด็กคนเก่าของจิน แรกๆก็เป็นเด็กดี หน้าตาสวยดีอยู่หรอก แต่พอนานเข้าพอจินไม่สนใจ ก็มาตามรังควาญถึงเพื่อนสนิทของจิน อย่างเรียว ยูอิจิและโคคิ ไม่ได้ตามรังควาญเพราะว่าสนใจทั้งสามคนหรอก แต่ตามเพราะใช้ประโยชน์สืบว่าจินทำอะไร กับใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ และ อย่างไร ?
“เอาเป็นว่า ไอ่จินมันจะมีเด็กคณะนั้นหรือไม่มี พวกเมิงก็ห้ามมันไม่ได้อยู่ดี ตอนนี้ไปเรียนกันดีกว่า จะได้ออกมาพัก จะได้กลับบ้าน วันนี้เรียนแค่ครึ่งวันด้วย” เรียวเปลี่ยนเข้าเรื่องเรียน นาฬิกาติดผนังตึกบ่งบอกเวลาเกือบเก้าโมงเช้าเป็นเวลาเริ่มคาบแรกของวัน ทั้งสี่คนจึงตัดสินใจเดินขึ้นตึกเรียน
== == == == == == == == == == == == == == == ==
“คาเมนาชิคุงงงงง ... . ทางนี้จ้า”
ร่างบางหันไปตามเสียงเรียกหวานจ๋อยของหญิงสาวที่นั่งจับกลุ่มกันในคอฟฟี่ชอปแถวมหาลัย ตาเรียวเหลือบมองก่อนจะยิ้มบางๆให้แล้วเดินเข้าไปสมทบ วันนี้ร่างบางอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวคอกว้างกับกางเกงยีนส์ขาเดปสีเข้มทับด้วยรองเท้าบู๊ตแบบคอมแบทครึ่งน่อง มือข้างหนึ่งถือหนังสือเรียนเล่มบางสองสามเล่มเอาไว้ เจ้าตัวทรุดนั่งในกลุ่มท่ามกลางหญิงสาวล้อมรอบทำเอาผู้ชายหลายคนมองมาด้วยความหมั่นไส้ ปนอิจฉา แต่หลายคนก็แฝงความสนใจในตัวเจ้าของร่างเล็กเอาไว้ไม่น้อย ก็หน้าตาคมสะสวยปานนั้น ดูน่าสนใจน้อยกว่าผู้หญิงที่นั่งล้อมรอบเมื่อไร
“เป็นไงบ้างฮานะจัง อาซุสะจัง อายูมิจัง ซึกิจัง แล้วก็มินะจัง” เสียงแหบแหลมเอ่ยไล่ชื่อผู้หญิงทั้งกลุ่มที่เรียกตัวเองเข้าไปนั่งอย่าไม่ผิดพลาด และไม่ขาดตกบกพร่องไปแม้แต่คนเดียว ทำเอาพวกเธอกรี๊ดกร๊าดเข้าไปใหญ่
“จำแม่นจังเลยนะคะ เพิ่งรู้จักกันไม่กี่วันเอง” สาวสวยผมยาวสีน้ำตาลทองเอ่ยขึ้น
“แค่เจอหน้า ผมก็จำชื่อได้หมดทุกคนแล้วล่ะครับ หน้าตาสวยๆอย่างนี้” มือเล็กยกขึ้นแตกท่อนแขนกลมกลึงของหญิงสาวที่นั่งข้างๆทำเอาเธอหัวเราะคิกคัก
“วันนี้เรียนหนักไหมคะ ถ้าเผื่อว่าพวกเรานัดคาเมนาชิคุงไปทานข้าวตอนเย็นจะได้ไหม” หญิงสาวฝั่งตรงข้ามเอ่ยเสนอ คาเมะทำท่าครุ่นคิดก่อนจะยิ้มตอบ
“ผมไม่แน่ใจ แต่ว่าขอบคุณมากที่ชวนนะครับ เอาไว้ถ้าว่างเราค่อยไปด้วยกันครั้งหน้าดีไหม?” ชายหนุ่มเอ่ยบอกก่อนจะส่งยิ้มหวานแทนคำแก้ตัวอีกครั้ง
“ผมขอตัวก่อนนะครับ เพื่อนผมเรียกแล้ว ไว้เจอกันครั้งหน้านะครับ” พูดก่อนลุกเดินข้ามช่วงถนนของมหาวิทยาลัยไปยังตัวตึกฝั่งตรงข้าม
คาเมะมองซ้ายขวาก่อนจะข้ามถนน จริงๆแล้ววันนี้เ้ค้ามีเรียนแค่ตัวเดียว แต่ก็ปาไปถึงครึ่งวัน คาบเรียนของคณะเค้าเยอะกว่าคณะอื่นเนื่องจากเป็นคณะที่เน้นกิจกรรมมากกว่าบทเรียนภาคทฤษฎี แต่วันนี้ที่ปฏิเสธสาวกลุ่มนั้นไปเพราะอะไรน่ะเหรอ ?
หึ ! ต้องไปง้อเอมิจังน่ะสิ ! นี่ไม่ได้เจอหน้ามาก็เกือบอาทิตย์แล้วตั้งแต่เค้าดันดวงจู๋ไปเจอไอ้เกย์บ้ากามนั่นที่เสือกมองเค้าว่าเป็นผู้หญิง แล้วยังมาหาว่าเป็นเลสเบี้ยน !
คาเมะเหลือบมองกระจกรถที่จอดอยู่ข้างๆ กระจกมืดเป็นตัวสะท้อนเงาออกมาได้ดี คาเมะพิจารณาใบหน้าซ้ายขวา ก่อนจะสบถ เฮอะ ! มันก็หล่อสมบูรณ์แบบขนาดนี้ มันเอาตาที่ไหนมามองว่าเค้าเป็นผู้หญิง หรือว่าเพราะตัวเล็ก อย่างนี้เค้าเรียกไซส์มาตรฐานเว่ย ! ใครจะไปอวบอั๋นบึกบึนเหมือนไอ่นั่นกันเล่า หล่อไม่ได้ครึ่งของท่านคาเมนาชิซักนิด
ร่างบางสาวเท้าเร็วๆ ด้วยความหัวเสียเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนอาทิตย์ก่อนแล้วสมเพสตัวเอง ใบหน้าเล็กสะบัดเพื่อหวังจะสลัดความคิดบ้าๆออกไป ทำให้ไม่เห็นรถที่เลี้ยวพุ่งสวนมาด้านหน้า !!!
-- เอี๊ยดดดดดดดดดด !!! –
ร่างสูงในรถเล็กซัสสปอร์ตแตะเบรกอย่างเร็วทันทีที่เลี้ยวออกมาจากหัวมุมตึกแล้วเห็นคนที่กำลังจะข้ามถนนไม่มองทางรถที่กำลังพุ่งมา ชายหนุ่มหัวเสียไม่น้อยกับเหตุการณ์ตรงหน้า นี่ถ้าเค้าเหยียบเบรคไม่ทัน ถึงจะชนไม่แรงแต่ร่างตรงหน้าก็ต้องได้รับบาดเจ็บเข้าแล้ว ชายหนุ่มลงจากรถหวังไปสั่งสอนคนที่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือจนเค้าเกือบจะชนจนได้รับอุบัติเหตุ
“นี่เธอ !!! ทำไมเดินไม่ดูทางแบบนี้ี้ ถ้าฉันชนเธอไปจะว่าไง !!!” เสียงทุ่มตวาดก้องจนคนแถวนั้นหันมามอง อันที่จริงคนก็เริ่มรุ่มตั้งแต่เสียงเบรกรถดังลั่นแล้ว แต่เห็นว่าไม่มีคนบาดเจ็บเลยไม่ได้สนใจอะไรมากนัก
คาเมะรู้สึกแย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ใช่ว่าจะไม่มองทางเสียหน่อย แต่ที่เกิดเรื่องแบบนี้เพราะไอ่นั่น ไอ่นั่นแท้ๆเชียว ทำไมค้าต้องมาคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวันนั้นด้วยนะ แล้วเสียงนายนี่ที่มาตะคอกนั่น ชวนให้หงุดหงิดเป็นบ้า
“ขอโทษนะ ผมไม่ทันระวังเอง” คาเมะตอบไปส่งๆ ก้มลงหยิบเอกสารที่เหน็บไว้ในหนังสือที่หล่นลงไปกับพื้นเพราะความตกใจ มือเรียวเหน็บผมข้างที่ตกลงมาตอนก้มไปทัดหูอย่างรำคาญ ไม่ได้มองหน้าคนที่เดินลงมาจากรถเพื่อหาเรื่อง
“คิดว่าขอโทษคำเดียวแล้วจะจบเหรอ โตแล้วนะ ทำไมทำอะไรประมาทแบบนี้” ชายหนุ่มโมโหที่อีกฝ่ายตอบมาส่งๆแบบนั้น ราวกับไม่ได้สนใจอะไร ใช่สิ .. ถ้าชนเข้า เค้าเองที่เป็นฝ่ายผิด ถึงจะถูกเพราะว่าอีกฝ่ายไม่ได้มองทางก็เหอะ
คาเมะรู้สึกโมโหกับเสียงที่กวนประสาทแบบนั้นเป็นบ้า ร่างเล็กก้มลงเก็บเอกสารใบสุดท้ายก่อนจะยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ตายังคงมองเอกสารในมือที่ถูกพับครึ่งเข้าแทรกกลางหนังสือ แต่ปากกลับพูดออกมาอย่างใจคิด “ก็ขอโทษแล้วไง จะอะไรนักหนาวะเนี่ย ก็ขอโทษที่เดินไม่ดูทางแล้วยังจะมาด่าอะไรอีก จะ...........”
คาเมะกลืนคำพูดประโยคถัดไปที่กำลังจะพูดลงคอเมื่อเงยหน้าเห็นเจ้าของใบหน้าหล่อคมที่ทำสีหน้ายุ่งยากอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเรียวนั่นขมวดแน่น ดวงตาคมมองเค้าเจือแววขุ่นเคืองพร้อมกับริมฝีปากอิ่มแดงนั่น ที่กำัลังจะอ้าปากพ่นคำบ่นออกมาอีกระลอก
ริมฝีปากนั่น ...
“โว๊ยยยยย !!” คาเมะสะบัดหัวไล่ความคิดที่แวบขึ้นมาก่อนจะสมเพสในความโชคดีของตัวเอง
บังเอิญอะไรอย่างนี้ ไอ้เกย์ที่มาจูบเค้าวันนั้น !!!!!!!
คนที่เค้ากำลังคิดด่าว่ามันจนเกือบโดนรถชนยืนอยู่ตรงหน้านี่ !!!
แถมเป็นคนขับรถที่กำลังจะชนเค้าอีกต่างหาก !!!
“เธอ ....” จินควานหาลิ้นตัวเองไม่ถูกเมื่อเจ้าของใบหน้าสวยนั่นทำหน้าเอ๋อเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นหน้าเขา ก่อนจะจ้องเขาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แล้วที่งงคือ มาวงมาโว้ยอะไรใส่ ผู้หญิงอะไรไม่น่ารักเอาเสียเลย คนเราดูที่หน้าตาไม่ได้เลยนะเนี่ย ถึงแม้ตอนแรกจะเอ่ยชมอยู่ในใจว่าร่างบางตรงหน้าดูสวยก็เถอะ แต่ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะถอนคำพูดได้ ผมข้างที่ถูกเหน็บขึ้นไปทัดหูเปิดใบหน้าเรียวสวยให้น่ามองไปอีกแบบ ดวงตาเรียวดูมีเสน่ห์ดึงดูด ไล่มาถึงจมูกโด้งสวยรับกับริมฝีปากบางสีอ่อน แล้วเจ้าตัวก็มีสไตล์ของตัวเองที่จินเห็นแล้วยังยอมรับว่าดูดี ดูดีมากเลยทีเดียว
“ไอ้เกย์หื่นกาม จะมองหน้ากันอีกนานไหม !?” เสียงแหลมเอ่ยตวาดดังลั่นทำเอาคนแถวนั้นหันกลับมามองกันเป็นตาเดียวกับคำที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางนั่น
อาคานิชิ จิน คาสโนว่าแห่งคณะบริหารเป็นเกย์ ?? ?
ไม่ต้องถามว่าข่าวนี้จะแพร่ไปเร็วขนาดไหน สำหรับตัวจินเอง ยังคิดว่าไม่พ้นเย็นนี้ ชื่อเสียงใหม่ของเค้าคงจะดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งมหาลัยแล้วล่ะ ในเมื่อยัยนี่ตะโกนซะดังลั่นขนาดนี้ ! เดี๋ยวก่อนนะ เกย์หื่นกาม มีใครเคยเรียกเค้าแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า? ใครที่บอกว่าเค้าเป็นเกย์ ใครกัน .... นึกออกแล้ววว !
“หึ ! ถ้าฉันเป็นเกย์ เธอเองก็เป็นทอมบอยเหมือนกันนั่นแหล่ะ !” จินเองตอกกลับไปด้วยประโยคคล้ายๆกันแต่ดังกว่าเป็นเท่าตัว คาเมะหน้าชา มองซ้ายมองขวาเห็นคนมุงที่ยืนซุบซิบกันแล้วรู้สึกโมโหคนตรงหน้าขึ้นมาอย่างฉุดไม่อยู่ มาหาว่าเป็นทอมบอย มาหาว่าเป้นทอมบอย ! ฉันเป็นผู้ชายทั้งแท่งเว่ย แล้วนั่น ... นั่น ... คนที่ยืนถัดไปสองช่วงถนนนั่น ... เอมิจัง !!!!
ร่างบางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง หล่อนมองเค้าอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างไม่สนใจ ยิ่งทำให้คาเมะโกรธ
“นาย ... ต่อยกันเลยไหม อยากมีเรื่องกันนักใช่มั๊ย?” คาเมะตะคอกอย่างไม่ใส่ใจอะไรรอบข้าง ทำเอาจินยิ้มในชัยชนะที่ตัวเองคุมได้เหนือกว่า
“ได้ ฉันเองอยากมีเรื่องจนตัวสั่น ขึ้นรถ ไปเคลียร์กันที่อื่น รถติดยาวเพราะเราสองคนแล้วนั่นเห็นไหม ?” จินพยักเพยิดหน้าไปทางที่รถตัวเองจอดอยู่กลางถนน มีรถคันอื่นติดยาวเหยียดแต่ต่างคนก็ต่างเดินลงมาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“ไม่ !!! แน่จริงก็มีตรงนี้เลยเด้ จะป๊อดหนีไปไหน มาเลยมา!” คาเมะที่กำลังเลือดขึ้นหน้าไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น ร่างบางขว้างหนังสือเล่มบางลงกับพื้นก่อนจะตั้งการ์ดลุย
จินมองอีกฝ่ายก่อนถอนหายใจ ชายหนุ่มทำหน้านิ่งเดินสาวเท้าเข้าไปหาร่างบางอย่างไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร กำปั้นเล็กๆปล่อยฮุคเข้าที่ใบหน้าชายหนุ่มแต่จินก็ปัดมันออกอย่างรำคาญ ร่างสูงก้มลงเก็บหนังสือเล่มบางที่ร่างบางเขวี้ยงลงไปกองกับพื้น ก่อนจะรับหมัดที่อีกฝ่ายกำลังสวนมา เป็นจังหวะเดียวกับที่รวบข้อมือคนตัวเล็กได้ ก่อนจะอุ้มร่างบางพาดบ่าไำป
คาเมะดิ้นสุดกำลัง ถึงจะไม่อยากยอมรับว่าถูกอุ้มพาดบ่าท่านี้แล้วอุ้มมันจะดูสะดีดสะดิ้งเหมือผู้หญิง แต่ถ้ามันทำให้หลุดจากไอ้บ้านี่ได้เค้าจะทำ .. . จินโยนร่างบางลงบนรถสปอร์ตที่เปิดประทุนรออยู่แล้วให้นั่งข้างขนขับก่อนที่จะเหวี่ยงตัวเองขึ้นรถในอีกฝั่งแล้วขับออกไปจากตัวมหาวิทยาลัย .. .
TO BE CONTINUE*
^_____________^
:: 23052008 ::
edit @ 19 Jun 2008 22:13:09 by `` CHEEZZIE ✖