[FICTION] x-x-x-x-x HOW DARE U !!! 05 x-x-x-x-x (Akanishi+Kamenashi)
== == == == == == == == == == == == ==
Fiction :: How Dare U !!
Cast :: Akanishi x Kamenashi
Act :: 05
== == == == == == == == == == == == ==
ไม่เข้าใจ !
ไม่เข้าใจ !
ไม่เข้าใจเว่ย !
ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่หมอนี่ทำอยู่มันทำไปเพื่ออะไร แก้แค้นเขางั้นหรือ อย่างนั้นมันคงต้องลงทุนไปมหาศาลแล้วที่ทำแบบนี้ หมอนี่เป็นเกย์จริงๆงั้นหรือ อย่างนั้นที่เคยถามไปแล้วไม่ตอบนี่ก็แปลว่ายอมรับว่าเป็น แต่มันก็ไม่ได้พูดนี่หว่าว่าเป็นหรือไม่เป็น ไม่เข้าใจ คาซึยะไม่เข้าใจเว่ย !
คาเมะหรุบตามองคอเสื้อเชิ้ตสีขาวที่อีกฝ่ายสวมใส่ สับสนกับสิ่งที่เป็นอยู่ ผู้ชายอย่างเขา มายืนอ่อนระทวยในอ้อมกอดของผู้ชายที่ตัวสูงใหญ่กว่าตัวเอง อย่างนี้เรียกว่าอะไร ไม่เข้าใจทั้งสองอย่าง ยอมรับว่าตกใจและกลัว กลัวน้ำเสียงท่าทางแบบที่อีกฝ่ายแสดงออกมาเมื่อครู่ กลัวจนทำอะไรไม่ถูก จนได้แต่มาตาปรอยยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของหมอนี่ไงเล่า !
คาเมะเหลือบตาขึ้นมองปลายคางบุ๋ม ก่อนจะรับรู้ได้ว่าสายตาคมๆของอีกฝ่ายนั้นก็จ้องตัวเองไม่ต่างกันก็ต้องหรุบตาลงตามเดิม คาเมะพยายามหลีกตัวออกห่างจากไอ้บรรยากาศอ่อนหวานสีชมพูอมม่วงอย่างยากที่จะหลีกเลี่ยง เพราะสิ่งที่ทำได้คือการขยับตัวดุ๊กดิ๊กในอ้อมกอดของอาคานิชิ จินก็เท่านั้น
ความแมนที่ตัวเองเพียรพยายามสร้างมาจนอายุยี่สิบปี
จะให้มันจบลงตรงนี้หรือ คาเมนาชิ คาซึยะ !!!
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ อาคานิชิ” เสียงเล็กที่ตวาดแหลมขึ้นมาทำเอาจินสะดุ้งตกใจ งงกับอารมณ์ของอีกฝ่ายที่เมื่อสักครู่ยังยืนนิ่งน่ารักอยู่ในอ้อมกอดของเขา
“ไม่ปล่อย” ตอบพร้อมเลิกคิ้วกวนเส้นประสาทของร่างบางที่ท่าทางจะเปราะง่ายและขาดได้ทุกเมื่อ
“ฉันบอกให้ปล่อย จะปล่อยไหม อาคานิชิ” เมื่อใช้แรงเข้าสู้ไม่ได้ คาเมะก็ใช้เสียงเข้าสู้ จังหวะเพลงที่เปลี่ยนเป็นเพลงค่อนข้างช้าจึงไม่คึกคักเหมือนกับเพลงเร็ว ทำให้คนหลายคนเริ่มหันมามองทั้งสองคนจนกลายเป็นจุดสนใจ
“จะตะโกนไปทำไม เราอยู่ใกล้กันแค่นี้ เก็บเสียงเอาไว้ดีกว่าน่า คาเมนาชิ” เมื่อคาเมะเสียงดังมา จินก็ใช้วิธีกระซิบเบาๆที่ใบหูเล็ก เมื่ออีกฝ่ายดิ้นหนักเข้า ก็งับเบาๆเข้าที่ติ่งหูนุ่มนิ่ม
“ฮึก ปล่อย ปล่อยนะเว่ยยย” คาเมะสะดุ้งเฮือก รู้สึกเหมือนยิ่งดันอีกฝ่ายออกเท่าไหร่ก็ยิ่งใกล้กันมากเท่านั้น ดิ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งเข้าทางอาคานิชิ จินเข้าไปทุกที
“คาเมนาชิ” จินจงใจกระซิบเสียงพร่าที่ริมหูร่างบาง คาเมะสะดุ้งทั้งเสียงที่ได้ยินและริมฝีปากอุ่นชื้นที่ละเลียดอยู่ที่ริมหูเรื่อยลงมาถึงสันกรามเล็ก
.
.
.
“คาเมนาชิ” ริมฝีปากอุ่นนุ่มกดไซร้ลงไปถึงลำคอเรียว คาเมะทำอะไรไม่ถูก บรรยากาศเหมือนบนรถเมื่อวานซืนกลับมาอีกครั้งจนมือไม้สั่นไปหมด แขนเล็กทั้งสองข้างได้แต่เกาะไหล่หนาไว้เป็นที่พึ่งกับอ้อมแขนกว้างที่กอดรัดแน่น
“... ปล่อย ...” เสียงเล็กกระซิบแผ่วราวกับเสียงครางในลำคอ ใบหน้าสวยหลับตาพริ้มจนจินเห็นแพขนตายาว แก้มใสที่แดงเรื่อที่จินไม่แน่ใจนัก ว่ามันมาจากการกระทำของเขาหรือว่าแอลกอฮอลล์ที่เจ้าตัวดื่มไปตั้งแต่หัวค่ำกันแน่ แต่มันก็แต่งแต้มให้ใบหน้าสวยจับใจ แสงไฟอ่อนสลัวรองข้างกับเพลงบรรเลงทำนองหวานซึ้งของวงดนตรีอคูสติคที่เข้ามาสลับเปลี่ยนช่วงค่ำคืนเสริมบรรยากาศอย่างดีเยี่ยม
จินกดริมฝีปากลงไปบนแก้มนุ่มสีเรื่อ ไซร้เรื่อยลงมาถึงริมฝีปากบางเฉียบกดคลึงเบาๆกับความอ่อนนุ่ม ดูดดึงกลับปากบางจนมันขึ้นเป็นสีช้ำชุ่มไปด้วยน้ำลาย จินสอดลิ้นอุ่นแยกริมฝีปากบางที่เม้มแน่นออกจนค่อยๆคลายตัว ฉกลิ้นของตัวเองเข้าไปสัมผัสในโพรงปากอุ่นร้อนของร่างเล็ก รู้สึกได้ถึงรสชาติแอลกอฮอลล์ที่ร้อนแรง ลิ้นเล็กๆของคาเมะที่เจ้าตัวอยู่ในอารมณ์มุนงงไม่รู้จะทำอย่างไรถูกคนที่รุกรานที่ชั้นเชิงเยอะกว่าตวัดเข้าไปเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก คาเมะขยำปกเสื้อตรงไหล่ของอีกฝ่ายแน่น รู้สึกได้ถึงความร้อนแรงกับรสจูบที่อีกฝ่ายมอบให้จนตามไม่ทัน ลิ้นอ่อนนุ่มถูกดูดดึงจนชาไปหมดแต่ก็ไม่สามารถถอนหลบออกได้ รู้สึกเหมือนหายใจทางจมูกไม่ทันจนต้องเผยอปากออกกว้างเพื่อคลายความเร่าร้อนของจูบ แต่เจ้าลิ้นนุ่มที่ถูกดูดดึงเกี่ยวรั้งทำให้จังหวะหายใจเป็นไปได้อย่างติดขัดทรมาน จินกดใบหน้าต่ำลงก่อนที่ริมฝีปากของทั้งคู่จะประกบกันอีกครั้ง
คาเมะครางอู้อี้ในลำคอ รู้สึกเหมือนถูกช่วงชิงเอาทุกอย่างไปกับจูบครั้งนี้ สมองว่างเปล่าขาวโพลนไปหมด คิดอะไรไม่ออกสักอย่าง สถานที่ที่หายใจลำบากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แล้วยังต้องมาเจอกินกรรมที่ทำให้ลมหายใจติดขัดแบบนี้ทำเอาคาเมะหน้ามืด งงไปเสียหมดทุกอย่าง รู้สึกได้ถึงรสเหล้าของอีกฝ่ายที่ดื่มคนละแบบกับเขา รู้สึกได้ถึงลมหายใจกรุ่นกลิ่นบุหรี่ประเภทแรงเหมาะกับเจ้าตัว รู้สึก ... จนคิดอะไรไม่ออก ได้แต่ปล่อยตัวปล่อยใจไปให้อีกคนได้นำทาง
จินหรี่ตามองใบหน้าเรียวสวยที่รับรสจูบของเขาอย่างเคลิบเคลิ้ม ก่อนจะถอนริมฝีปากออก เปลี่ยนเป้าหมายไปที่ซอกคอเรียวหอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นน้ำหอมเฉพาะของเจ้าตัวที่บรรจงฉีดมา กดจมูกซุกไซร้จนอีกฝ่ายเอียงคอหนีบเพราะความจักจี้ ก่อนจะคลายเปิดทางให้จินได้สูดดมความหอมจากซอกคอเรียวต่อ ริมฝีปากอุ่นแตกลงบนผิวเนื้อบางตรงต้นคอ ย้ำจนมันขึ้นเป็นสีแดงเรื่อเพราะการเสียดสีที่รุนแรง ก่อนจะกดริมฝีปากใช้แรงดูดรั้งผิวเนื้อบางจนรอยสีแดงช้ำ กดย้ำอีกสองสามรอยก่อนจะเปลี่ยนจุดหมายเป็นต้นคออีกด้าน
จินมองร่างบางที่ค่อยๆปรือตามองต่ำลง ตาเรียวสวยจ้องด้วยสายตาหยาดเยิ้มกับริมฝีปากบางที่แดงช้ำแถมยังเปียกชุ่มไปด้วยน้ำใสๆที่เคลือบอยู่บนกลีบปากทั้งบนและล่าง จนจินที่ตอนนี้อยู่ในมุมที่ต่ำกว่ารู้สึกเหมือนกับกำลังถูกยั่ว ดวงตาคมมองขึ้นตอบอย่างไม่ละสายตา ลิ้นเรียวลากขึ้นจากซอกคอขึ้นถึงปลายคางเล็กทั้งๆที่สายตายังประสานกันอย่างไม่มีใครคิดจะถอนสายตาออกจากกัน คาเมะขนลุกเกรียวไปทั้งตัวกับความรู้สึกเมื่อครู่จนต้องย่นคอหนีสัมผัสจากลิ้นสาก
- ปังง !!! –
เสียงประตูที่กระแทกดังทำเอาทั้งสองคนสะดุ้ง เป็นคาเมะที่พยายามผลักดันตัวอีกฝ่ายให้ถอยออก จินมองไปรอบๆ หัวเสียกับเหตุการณ์ที่ทำเอาสวรรค์ล่มเมื่อครู่ ก็รู้ว่าเมื่อครู่คงเป็นใครสักคนในที่นี้ที่เมา แล้วเดินชนประตูจนเสียงดัง แล้วที่มันมีผลกับเขาและคาเมะก็เพราะว่ายืนพิงอยู่ที่เสาติดกับประตู ประตูมันเลยกระแทกกำแพงด้านนอกตรงส่วนที่เขายืนพอดิบพอดี หันมามองคนในอ้อมกอดตัวเองที่ยืนตัวแดง เอาแต่ก้มหน้าก้มตาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“คาเมนาชิ” จินกระซิบเสียงพร่า เพราะอารมณ์ที่อัดแน่นอยู่ภายในจากเมื่อครู่ คิดว่าผู้ชายสุขภาพดีอย่างเขาเจอเหตุการณ์แบบนั้นแล้วจะยอมหยุดแค่นั้นหรือ อย่างนั้นคงไม่ใช่ อาคานิชิ จินแล้วล่ะมั้ง แขนข้างหนึ่งละออกจากเอวเล็กบางไล้ขึ้นลูบหนักบ้างเบาบ้างที่แผ่นหลังเล็ก
“.....เอา”
“หืม?” จินครางรับในลำคอ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ร่างบางอีกนิด แต่มือเล็กก็ดันใบหน้าคมไม่ให้เข้าใกล้ เว้นระยะห่างจนคิดว่าพอดี
“ไม่เอาแล้ว” คาเมะพูดเสียงแผ่ว เสียงแหบเล็กแหลมสั่นพร่า ดวงตาเรียวมองอีกฝ่ายคล้ายจะอ้อนให้หยุด คาเมะก็ทำได้เท่านั้น บอกให้อีกฝ่ายหยุด แต่ตัวเอง คาเมะก็ไม่รู้ว่าเจ้าหัวใจเจ้ากรรมของตัวเองมันจะหยุดเต้นแรงเสียจนแทบจะทะลุออกมานอกอกของตัวเองเมื่อไหร่
“ไม่เอาแล้วนะ” เสียงเล็กอ่อนลงฟังนุ่มหูจนจินคิดอยากจะฟังเสียงแบบนี้จากริมฝีปากบางของอีกฝ่ายทุกครั้ง ไม่ใช่ตะโกนกระโชกโฮกฮากอย่างที่เจอกันทุกครั้ง ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดที่รั้งร่างบางเอาไว้จนพอใจ คาเมะก็ดันตัวหนี ทิ้งระยะห่างที่คาดว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถเอื้อมถึงดึงเขาเข้าไปในอ้อมกอดนั่นได้อีกครั้ง
“กลับเถอะ” จินพูดขึ้นลอยๆอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาร่างบางขมวดคิ้วสงสัย
“กลับกันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง”
.
.
.
คาเมะไม่รู้ว่าตัวเองขึ้นมาอยู่บนรถมินิของตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่าเมื่ออาคานิชิ จินพูดคำนั้นแล้ว อีกฝ่ายก็ยกหูโทรศัพท์มือถือพูดอะไรสองสามคำก่อนวางไป มือใหญ่เอื้อมมากุมมือของเขาแล้วดึงเบาๆให้เดินออกไปจากไนต์คลับแห่งนั้น คาเมะเหลือบมองจุดที่ตัวเองยืนอยู่กับอีกฝ่ายเมื่อครู่แล้วก็ต้องรู้สึกร้อนฉ่าบนผิวแก้มขึ้นมาไม่ได้ มันไม่ใช่เป็นจุดที่เป็นมุมอับอะไรมากเลย เพียงแต่เป็นจุดที่คนไม่ค่อยเดินผ่านไปมามากเท่านั้น นอกจากนั้น จบข่าว
บรรยากาศภายในรถนิ่งสนิท ได้ยินเพียงแค่เสียงเครื่องปรับอากาศภายในรถกับเครื่องยนต์ที่ทำงานอยู่ คาเมะพูดเพียงแค่ชื่อถนนเส้นที่เขาอยู่และซอยเท่านั้น เจ้ารถคันเล็กที่ตอนนี้เจ้าของนั่งอยู่ในที่ข้างคนขับและคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันแค่สองวัน แต่ฉวยโอกาสกับเขาไปนับไม่ถ้วนกลายเป็นคนขับจำเป็นไปแทน
ตาเรียวชำเลืองมองไปที่คนขับจะเป็นที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม มองไปยังใบหน้าหล่อคมราวกับเทพบุตรลงมาเกิดแต่คาเมะรู้ว่าภายใต้หน้าตาแบบนั้นน่ะ ร้ายกาจแค่ไหน มองไปยังจมูกโด่งที่รับกับใบหน้าเสริมให้อีกฝ่ายดูดี และที่ขาดไม่ได้จุดเด่นบนใบหน้าอีกฝ่ายคือปากอิ่มสีสด ที่เจ้าตัวชอบขบมันเล่นราวกับกำลังยั่ว คาเมะสะดุ้ง เสมองวิวนอกหน้าต่างเมื่อตาคมปรายมามองตัวเองบ้าง
จินกดริมฝีปากลึก กลั้นยิ้มจนแก้มบุ๋ม ทำไมจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายแอบมองเขาอยู่ มองอย่างพิจารณาเสียด้วย ใบหน้าสวยแดงก่ำด้วยความอาย มองเขาแล้วก็อายเอง แปลกคนดีเหมือนกัน แทนที่เขาเป็นคนถูกมองจะอาย แต่อย่างว่า เหตุการณ์ที่ผ่านมา ถ้าไม่อายก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร
ประกาศว่าตัวเองแมน แถมแก่นซะขนาดนั้น
ทำไมเจอเขาแต่ละครั้ง ประคองความแมนของตัวเองไปได้ไม่เคยตลอดรอดฝั่งเสียที
จะห้าวไปไหน แม่ทอมสุดสวย สถิติความแมนของอีกฝ่ายน่ะ เค้าจะเป็นฝ่ายลบมันออกไปเอง
“เลี้ยวข้างหน้าเข้าไปอีก 500 เมตรก็ถึงบ้านแล้ว” เสียงเล็กเอ่ยบอกเมื่อรถหลุดจากไฟแดงที่ติดแค่ครู่เดียวเพราะดึกมากแล้ว จินพยักหน้ารับส่งๆไป ทำไมจะไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน ในเมื่อโคคิมันให้มากระทั่งแผนที่บ้าน
“บ้านรวยนี่” จินแกล้งพูดหยอกเมื่อเขตนี้เป็นเขตที่อยู่ของผู้มีอันจะกินทั้งหลายแหล่ แล้วยิ่งที่ดินย่านนี้เป็นย่านที่แพงที่สุดในเมือง
“พอมีพอกิน” คาเมะย้อนตอบ หวังจิกกัดอีกคนที่เคยให้คำตอบแบบเดียวกันมาแล้ว จินหัวเราะพรืด มองร่างบางที่ทำปากขมุบขมิบบ่นในใจ
เสียงเล็กเจื้อยแจ้วคอยบอกทางเลี้ยวซ้ายขวาก่อนถึงบ้านตัวเอง จินจอดรถที่หน้าบ้านหลังใหญ่ รั้วไม้แกะสลักอย่างดีตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า ด้านในที่เห็นได้รางๆเป็นสวนร่มรื่น มีน้ำพุใหญ่กลางถนนของบ้าน บ้านหลังใหญ่สีขาวสร้างแบบยุโรปสามชั้นกินพื้นที่เยอะกว่าบ้านทั่วไป แต่ย่านนี้ บ้านขนาดใหญ่แบบนี้มีให้เห็นกันดาษดื่น เพียงแต่ตัวบ้านหลังนี้ใหญ่กว่าบ้านในแถบเดียวกันเท่านั้น
“พอมีพอกินเขามีบ้านใหญ่กันแบบนี้หรือเนี่ย” จินพูดล้อ ผิวปากหวือเมื่อเห็นตัวบ้านสีขาวน่าอยู่ของอีกฝ่าย
“ก็พอมีพอกิน ไม่ใช่พอซื้อรถหรู super car อย่างแอชตั้นมาร์ตินได้” คาเมะเหน็บกลับ มองนาฬิกาดิจิตอลที่กระพริบอยู่ที่หน้ารถตัวเองบางบอกเวลาตีหนึ่งเกือบตีสอง
“พรุ่งนี้ไม่มีเรียนหรือ” เอ่ยถามร่างบางที่มองเข้าไปในบ้านที่แสงไฟลอดออกมาจากห้องโถงจนเห็นได้ชัด สงสัยคงเป็นคนใช้ที่เปิดไฟรอคุณชายคนที่สามของบ้านกลับบ้านกระมัง
“มีเรียนคาบบ่าย แต่ไม่เข้าก็ได้ อาจารย์สั่งงานแล้ว จะรอดูงานอีกทีก่อนงานแสดงกลางภาค” คาเมะบอกเรื่อย หยิบมือถือตัวเองที่วางอยู่ข้างเกียร์ขึ้นมากดหาเบอร์
“แล้วนาย ไม่มีเรียนหรือ” มือเล็กกดปุ่มโทรออก แนบเจ้าเครื่องมือสื่อสารเครื่องเล็กเข้ากับใบหู
“ไม่มี ไม่งั้นจะไปเหลวไหลที่ร้านได้ดึกดื่นหรือ” จินพูดยิ้มๆ มองร่างบางที่ยื่นริมฝีปากอย่างไม่พอใจ เพราะรู้ว่าที่เขาพูดนั้นกัดอีกฝ่ายอยู่เล็กๆ
“ขอโทษนะครับ ผมอยู่หน้าบ้านแล้ว” คาเมะพูดกรอกเสียงลงโทรศัพท์ ได้ยินอีกฟากของสายพูดอะไรไม่ชัดสองสามคำ ก่อนที่ร่างเล็กจะกดวาง
“แล้วพรุ่งนี้จะไปเรียนไหม” จินถาม มือใหญ่ยกขึ้นใช้หลังมือเคลียแก้มใส คาเมะเบี่ยงตัวหลบ ตาเรียวสวยจ้องกลับดุๆ
“ดูก่อน ... อย่ามาโดนตัวซี่” คาเมะปัดมือร่างสูงที่แกล้งปัดป่ายไปทั่วทั้งหน้าทั้งแขนทั้งไหล่จนรู้สึกจักจี้ไปหมด
“ถ้าไปเรียนก็ดูแลตัวเองด้วย” จินพูดเสียงนิ่ง สายตาจับจ้องไปที่ซอกคอเรียวที่มีจุดกลมๆสีเข้มสองสามแห่งประปราย แต่คาเมะไม่ได้รู้สึกถึงสายตานั้น
“พูดอะไร โตแล้วเว่ย ดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว พูดอย่างกับดูแลฉันอยู่ทุกวัน เป็นอะไรมากไหม อาคานิชิ” คาเมะสบตาอีกอย่าง ตาเรียวจ้องอย่างอารมณ์เสีย อะไร แค่ได้จูบไปสองสามครั้งถึงกับมาสั่งให้ดูแลตัวเอง เป็นอะไรกันฉันกันอาคานิชิ จิน
“เอ๊า เป็นผู้หญิงก็ต้องดูแลตัวเองสิคาเมนาชิ จะปล่อยตัวอย่างผู้ชายได้อย่างไร แล้วนี่เมื่อไรจะกลับเพศเดิมสักทีล่ะ เป็นทอมอย่างนี้ไม่ดีรู้ไหม พ่อแม่จะเสียใจเอา” จินพูดกวนประสาทร่างบาง เลิกคิ้วถามประมาณว่า นี่เธอไม่รู้อะไรเลยหรือ เป็นผู้หญิงเสียเปล่า คาเมะมองจินตาโต เผยอปากค้างอย่างพูดอะไรไม่ออก นิ้วเรียวชี้หน้าอีกฝ่ายมือสั่นระริก
“อาคานิชิ จิน อย่าได้เจอกันอีกเลย !!!!!!!!” คาเมะตะโกนสุดเสียงลั่นรถ ถือว่าเป็นรถของตัวเอง รู้ทางหนีทีไล่ได้มากกว่า จินได้แต่ขำ มองร่างบางที่สติแตกไปอีกรอบ
“แต่ฉันว่า เจอกันบ่อยๆน่าจะดีนะ คาเมนาชิ” จินพูดเรื่องจริง ในเมื่อเจอกันกี่ครั้ง จินก็ได้กำไรทุกครั้งไป ถึงจะเจ็บตัวหน่อยก็เถอะ
“ลงไปเลย ออกไปจากรถฉันเดี๋ยวนี้นะอาคานิชิ” คาเมะกระโดดลงจากที่นั่งฝั่งข้างคนขับ ชี้ให้อีกฝ่ายลงตามมาบ้างแต่จินนั่งเฉย ซ้ำยังเปิดเก๊ะนั่นเปิดช่องนี่ในรถอีกฝ่ายเล่น ผิวปากอย่างไม่สนใจ
คาเมะเดินปึงปังไปที่ฝั่งคนขับ กระชากประตู่เปิดออกอย่างอารมณ์เสีย จินมองตอบอย่างไม่สนใจ ปรับเบาะนั่งให้เอนลงก่อนเอามือท้าวศีรษะนอนอย่างสบายอารมณ์ คาเมะยิ่งอารมณ์ขึ้น คิ้วเรียวขมวดแน่น ชี้หน้าอีกฝ่ายอย่างถือดี
“ลงมาเดี๋ยวนี้นะอาคานิชิ นี่มันรถฉันนะ” คาเมะตะโกนแว้ดดังจนก้องไปทั่วบริเวณ ปกติบ้านแถวนี้ก็เงียบสงบอยู่แล้วยิ่งเป็นช่วงดึกขนาดนี้ คนส่วนมากเขาก็เข้านอนกันไปหมดแล้ว แต่จินไม่สนใจ ยังคงนั่งต่อไป ซ้ำยังกดเปิดเพลงฟังอีกต่างหาก
คาเมะเท้าสะเอว ก่อนตัดสินใจดึงอีกฝ่ายออกมานอกรถ มือเล็กดึงท่อนแขนใหญ่ของอีกฝ่ายให้ขยับออกจากรถตัวเอง แต่หารู้ไม่ว่าจินรอจังหวะนี้มานาน แทนที่คาเมะจะดึงจินออกมา กลายเป็นจินดึงคาเมะเข้าไปล้มทับกันในรถแทน คาเมะมึนหัวเพราะจังหวะที่ถูกดึงลงมา ศีรษะเล็กถากเข้ากับเพดานรถคันเล็กอย่างช่วยไม่ได้ มือเล็กลูบหัวทุยของตัวเอง
“เจ็บมากไหม” จินถาม ดึงมือเล็กที่คลีงศีรษะตัวเองออก ก่อนจะแหวกผมเส้นเล็กดูแทนเพราะตัวเองอยู่ในที่สูงกว่า โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก หนังศีรษะแค่เป็นรอยแดงปื้นๆนิดหน่อยเท่านั้น
“เจ็บจี๊ดๆ โนไหมอ่ะ” คาเมะถามกลับ รู้สึกเจ็บแปล๊บๆถ้าสะบัดหัวแรงๆ
“ไม่โน แดงนิดหน่อย วันนี้สระผมอย่าเกานะ เดี๋ยวมันจะยิ่งเจ็บ” จินเตือนมองร่างบางที่พยักหน้ารับอย่างน่ารัก จนเมื่อนึกได้ว่าตัวเองนอนทับอยู่บนตัวเขานั่นล่ะ จึงรีบดีดตัวขึ้นจนจินต้องเอามือประคองศีรษะเผื่อไปกระแทกเข้าที่เพดานรถจุดเดิมอีก คราวนี้ล่ะได้หัวโนของแท้แน่นอน
“จะรีบไปไหน เดี๋ยวก็เจ็บตัวอีก” จินกดเสียงต่ำ เตือนอีกฝ่าย คาเมะดึงมือใหญ่ออกจากหัวตัวเอง เบะปากยื่นออกมาอย่างขัดใจ เมื่อกี๊นอนทับจิน สภาพตอนที่คาเมะลุกขึ้นมาตอนนี้จึงกลายเป็นนั่งทับท่อนล่างของจิน พูดง่ายๆ กำลังคร่อมจินอยู่นั่นแหล่ะ
“จะเข้าบ้านแล้ว ทำไมวาคายามะซังยังไม่มาอีก ประตูก็ยังไม่เปิด” คาเมะเสบ่นไปถึงคนของตัวเองที่ยังไม่ออกมาเปิดประตูรับพลางเขยิบตัวลงจากอีกฝ่าย
“บ้านก็อยู่แค่นี้ ไม่หนีไปไหนหรอกน่า” จินไม่ได้ใช้แรงรั้งอีกฝ่ายเหมือนตอนอยู่ที่ไนต์คลับ ตอนนี้จินแค่รั้งมือเบสๆเท่านั้น คาเมะก็หยุดขยับตัวจะลง หันมาทำปากยื่นปากยาวน่ารักจนจินนึกอยากจะจับมาจูบอีกครั้งแทน แต่อดใจไว้ อย่างไร วันนี้ก็กำไรเกินคุ้มแล้ว
“ง่วง” คาเมะบอกสั้นๆ หันหน้ามองเข้าไปในบ้านไม่มองหน้าคนตรงหน้าตัวเอง
.
.
.
“เคยถามฉันแล้วใช่ไหมว่าเป็นเกย์หรือเปล่า” จู่ๆจินก็เปิดประเด็นเดิมที่คาเมะชอบถามอย่างสงสัยทุกครั้ง คาเมะทำหน้างง กำลังปรับสมองตามไม่ทันที่อยู่ดีๆอีกฝ่ายก็เปลี่ยนเรื่อง “ฉันเคยให้คำตอบไปแล้วนะ จำได้ไหม”
จินหัวเราะในคอ มองคาเมะที่ทำหน้าเอ๋ออย่างอารมณ์ดีทำเอาคาเมะหมั่นไส้ จู่ๆก็มาหัวเราะเยาะเขา ใบหน้าสวยเชิดไปอีกทางอย่างงอนๆ แต่ตาเรียวยังเหล่มามองปฏิกิริยาของจินอยู่เนืองๆ ว่าจะพูดอะไรต่อไป
“ฉันถูกใจเธอ คาเมนาชิ อย่าลืมรับผิดชอบล่ะที่ทำให้ฉันกลายเป็นเกย์” จินยกตัวขึ้นกระซิบเบาๆที่ริมหูอีกฝ่าย คาเมะตาโตตกใจ หันขวับมามองจินตาโต แต่ช่วงจังหวะที่หันกลับมา แก้มนุ่มเลยทาบกับริมฝีปากอุ่นของอีกฝ่ายไป คาเมะสะดุ้งโหยง ตะกายลงจากไปยืนข้างรถอย่างรวดเร็ว มีจินค่อยๆขยับตัวตามออกมาติดๆ
ตาคมเหลือบหันไปมองคนดูแลบ้านสองสามคนที่ค่อยเดินออกมาจากบ้านอย่างงัวเงีย กดรีโมทเปิดประตูบ้านที่ค่อยเคลื่อนอัตโนมัติออก ก่อนจะหันยิ้มอย่างที่เจ้าตัวชอบทำให้คาเมะที่ยังยืนตะลึงไม่เลิก “ฝันดีล่ะ คาซึยะ” พูดก่อนที่เจ้าตัวจะเผ่นแผล็วออกไปเรียกแท็กซี่ที่ผ่านมาแถวนั้นพอดี
*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*
คาเมะเดินเข้าบ้านอย่างหัวเสีย บ่นพี่เลี้ยงพร้อมกับคนดูแลบ้านที่มาเปิดประตูช้าสองสามประโยคพอหอมปากหอมคอเนื่องจากตัวเองก็ผิดที่มารบกวนเวลานอนของคนอื่น ก่อนเดินขึ้นชั้นสองของบ้านที่เป็นห้องของตัวเอง มือเล็กเอื้อมบิดลูกบิดประตูไม้ ก่อนเข้าไปในห้องของตัวเองที่คาดว่าคงเป็นพี่เลี้ยงที่เปิดแอร์เอาไว้เสียจนเย็นฉ่ำ คาเมะโถมตัวลงบนที่นอนหนานุ่มของตัวเองอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้เจอแต่เรื่องทั้งวัน ทั้งๆที่คิดว่าน่าจะเป็นวันที่อารมณ์ดีขึ้นแท้ๆ เพราะอุตส่าห์ออกไปเที่ยวปลดปล่อยอารมณ์กับเพื่อนๆ
ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่ไนต์คลับ เพราะอะไรนะ ที่ทำให้บังเอิญเจอกันหลายๆครั้งติดต่อกันจนคาเมะคิดว่ามันเกินไปล่ะ แค่เรียนอยู่ที่เดียวกันมันก็บังเอิญจนเกินไปแล้ว คาเมะยอมรับว่าครั้งแรกที่โดนอาคานิชิ จินจูบ โกรธ โมโหจนหัวเสียไปเสียหลายวัน จนคนที่บ้านเข้าหน้าไม่ติด พอครั้งสอง จะว่าโกรธมันก็โกรธแต่มันก็น้อยกว่าครั้งแรก แต่สงสัยมันจะหายไปเร็วกว่าเพราะความสะใจที่ได้แก้แค้นคืนเสียบ้าง
วันนี้ ?
นั่นสิ วันนี้ก็โดนหมอนั่น จูบเอา (แถมหนักกว่าครั้งก่อนๆอีกต่างหาก)
คาเมะสะบัดหัว ไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไป ยันตัวลุกขึ้นจากที่นอน หยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำส่วนตัวของตัวเองไป ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาทีเพราะความง่วง ร่างบางก็ตัวหอมกรุ่นไปด้วยสบู่เดินออกมาในชุดคลุมอาบน้ำ มือเล็กข้างหนึ่งถือผ้าเช็ดผมขยี้เช็ดให้แห้ง
คาเมะนั่งลงบนโต๊ะกระจกที่วางน้ำหอมและเครื่องแต่งตัวสำหรับผู้ชายระเกะระกะทั่ว เอียงคอเช็ดผมตัวเองก่อนจะสังเกตเห็นรอยอะไรแดงๆที่คอ มือเล็กแตะเบาๆที่รอบจ้ำช้ำสองสามรอยที่ติดอยู่ที่ลำคอเรียวบาง ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อนึกได้ว่าโดนอะไรมา มือเล็กคว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กขว้างใส่กระจกคิดเสียว่ามันคือหน้าของเจ้าตัวคนทำ ก่อนจะเปิดเก๊ะหาของ
“นี่คงใช้ได้ล่ะมั้ง” คาเมะหยิบหลอดยาแก้ฟกช้ำขึ้นมาก่อนบีบจนทะลัก ละเลงที่คอตัวเองอย่างเจ็บใจ ใบหน้าเรียวสวยมุ่ย ปากบางพึมพำสบถสาบานขมุบขมิบ ก่อนจะรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไร้สาระเกินไป ทาไปมันก็ไม่ได้หายเร็วขึ้นเท่าไรนักหรอก คาเมะโยนหลอดยาเก็บเข้าที่เดิม ก่อนจะเดินไปที่เตียงล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อน ตาเีรียวเหลือบมองนาฬิกาที่บอกเวลาเกือบตีสาม
“ง่วงจะตาย ... ยังจะมาคิดอะไรฟุ้งซ่านอีก ฝากไว้ก่อนเถอะ อาคานิชิ จิน ... เฮ้ออออออ” คาเมะขี้เกียจแม้จะลุกขึ้นไปเปลี่ยนชุดคลุมอาบน้ำเป็นชุดนอน ร่างบางปิดไฟสีสว่างดวงใหญ่ เปลี่ยนเป็นเปิดไฟสีส้มที่หัวเตียงแทน ใบหน้าสวยซุกเข้ากับหมอนใบนุ่ม ก่อนดึงผ้าห่มขึ้นมาซุกตัวอย่างสบาย
“ฝันดีนะ คาซึยะ” คาเมะพึมพำพูดกับตัวเอง แต่เสียงที่โสตประสาทกลับกลายเป็นเสียงของใครบางคน ที่พูดเอาไว้ก่อนจากกัน โดยที่ไม่รู้ตัว มุมปากบางยิ้มอย่างมีความสุข เปลือกตาบางหลับพริ้ม ใบหน้าคมสวยเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสงบ และไม่รู้ว่า ที่ตัวเองยิ้มได้ก่อนนอน หรือว่าที่ตัวเองหลับฝันดีอย่างที่ว่านั้น เป็นเพราะว่าที่ตัวเองพูดกับตัวเองว่าฝันดี หรือเพราะใครบางคนอวยพรหวังให้เป็นเช่นนั้นเมื่อก่อนกลับกันแน่
*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*o.o*
TO BE CONTINUE*
^________________^
: 150608 :
edit @ 19 Jun 2008 23:22:23 by `` CHEEZZIE ✖