[SF] ● → CHOCOLATE V$ STRAWBERRY ← ● 3rd MISSION : END* (Jin ♥ Kazuya) BY.CHEEZE*
[SF] CHOCOLATE VS STRAWBERRY
Author : CHEEZE*
Status : 3rd MISSION
บรรยากาศของมหาวิทยาลัยวันศุกร์ เนื่องจากเป็นวันปลายสัปดาห์ของการเรียนทำให้นักศึกษาหลายคนไม่ลงเรียนในวันนี้ เหลือส่วนน้อยที่ต้องมานั่งตั้งหน้าตั้งตาเรียนวิชาเอกบางวิชาที่มีแค่วันนี้วันเดียวในห้องเลคเชอร์ใหญ่ตามตึกต่างๆ คาซึยะเลือกนั่งที่นั่งติดริมหน้าต่างฝั่งซ้ายแทนที่ปกติแล้วจะนั่งที่นั่งฝั่งขวาเสียมากกว่า เพราะว่าที่นั่งตรงนั้นมีทั้งกลุ่มเพื่อนสนิทหลายคนที่นั่งอยู่รวมกัน และที่สำคัญ
ที่ตรงนั้น คาซึยะเคยนั่งกับจิน
ตาเรียวเหม่อมองไปยังสไลด์ที่อาจารย์เปิดสอน มือเล็กกำดินสอลายน่ารักในมือไว้แน่น ทาบข้อศอกไปกับสมุดเลคเชอร์เล่มบาง วันนี้นึกครึ้มใจขยันเรียนมากกว่าปกติ แทบจะเรียกได้ว่าจดทุกคำพูดของอาจารย์ลงไปยังสมุดเลคเชอร์ อาจจะเพราะว่า ไม่อยากคิดเรื่องที่ทำให้วุ่นวายใจที่เกิดขึ้นเมื่อวาน หากแต่คาซึยะคิดผิด
ดวงตาสวยที่ติดจะบวมนิดๆมักจะเหม่อมองไปยังที่นั่งฝั่งขวาที่รวมด้วยกลุ่มเพื่อนของเขานับสิบคน หากแต่ไม่มีวี่แววของใครบางคน คนที่คาซึยะมองหาอยู่ มือเล็กบีบดินสอแน่นขึ้น
ไม่อยากเจอ แม้แต่ในเวลาเรียนเลยสินะ จิน
ศีรษะเล็กเงยขึ้นมองเพดาน คิดไปว่าอาจจะช่วยให้น้ำใสๆที่มันเริ่มจะเอ่อคลอขึ้นมาอีกครั้งไหลกลับเข้าไป ก่อนที่มือเล็กจะบีบจมูกโด่งสวยที่เริ่มจะแดงเพราะความเจ็บที่แล่นริ้วขึ้นมาจากหัวใจดวงน้อย คาซึยะเม้มปากแน่น ก่อนจะสะบัดหัวสองสามที แล้วตัดสินใจไม่มองไปทางฝั่งขวาอีกเลยทั้งคาบเรียน
.
.
ชั่วโมงเรียนที่ผ่านไปอย่างรวดเร็วทำให้ร่างบางที่นั่งอยู่คนเดียวเหม่อมองนักศึกษาที่ทยอยเดินเบียดออกไปจากห้อง ปกติแล้วคาซึยะไม่ต้องไปเบียดกับจำนวนนักศึกษาที่เดินออกทางประตูเล็กๆนั่นหรอก เพราะร่างบางมักจะมีอ้อมแขนอุ่นๆและแผ่นอกกว้างคอยช่วยไม้ให้แรงเบียดโดนตัวจนรู้สึกอารมณ์เสีย
ตาเรียวมองที่ประตูก่อนจะตัดสินใจเดินออกจากห้องเลคเชอร์ ข้อมือเล็กถูกยกขึ้นมองนาฬิกาเรือนสวยที่ผูกติดกับข้อมืออย่างเคยชินก่อนจะแค่นยิ้มให้กับตัวเอง
นาฬิกาเรือนนี้ ก็ไปซื้อกับจิน
ทุกอย่างที่คาซึยะเคยชิน ทุกอย่างที่ดูเหมือนว่าทำจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ทุกอย่างที่เคยใช้มันร่วมกัน ดูเหมือนว่าคำว่าทุกอย่างในตอนนี้ มันจะกลายเป็น ไม่เหลืออะไรสักอย่าง สำหรับคาซึยะ คาซึยะตัดสินใจเดินขึ้นไปนั่งรถตู้มหาวิทยาลัยที่ขับออกไปส่งตามจุดต่างๆ คนตัวบางเบียดกับนักศึกษาหลายคนที่นั่งติดกันในรถตู้ด้านหลัง แรงเหวียงของรถเวลาเลี้ยวกับกลิ่นเหงื่ออันน่าเวียนหัวของหลายคนทำเอาร่างบางเริ่มหน้าซีดและรู้สึกคลื่นไส้ แต่ก็ต้องอดทนจนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง
รถตู้สีขาวที่รับส่งเฉพาะนักศึกษาจอดลงที่คอนโดมิเนี่ยมสุดหรูใจกลางเมือง ก่อนที่คาซึยะจะแทรกตัวออกมาจากรถ แล้วปิดประตูรถตู้ ที่วิ่งส่งนักศึกษาต่อไป ศีรษะเล็กเงยขึ้นมองอาคารที่สูงตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปภายใน รูดคีย์การ์ดเข้าภายในอาคารอย่างเคยชิน ร่างบางยิ้มให้กับหนักงานที่ล๊อบบี้และยามที่คอยกดลิฟท์ให้อย่างสนิทสนม และเป็นอีกครั้งที่คาซึยะนึกเจ็บจี๊ดในใจ
ลิฟท์ตัวนี้ คาซึยะไม่เคยขึ้นโดยที่ไม่มีจิน
.
.
ระยะทางจากชั้นล๊อบบี้ถึงชั้น 8 ดูเหมือนจะยาวนานสำหรับคาซึยะ มือเรียวกำแน่นมองลิฟท์ที่เปิดออกอย่างช้าก่อนจะหันไปของคุณพนักงานที่ยืนอยู่ภายใน ขาเล็กก้าวไปที่ห้องด้านขวา ก่อนจะทาบคีย์การ์ดเข้ากับเครื่องสแกน เสียงปี๊บดังเบาๆก่อนที่กลอนห้องจะไขออกดังคลิ๊ก
คาซึยะถอดรองเท้าที่หน้าประตูห้อง กวาดตามองความเรียบร้อยก่อนที่ทรุดตัวลงนั่งที่โซฟาทีน้ำตาลอ่อนที่ช่วยกันเลือกกับจินจนทะเลาะกันไปข้าง สุดท้ายคาซึยะก็เป็นฝ่ายชนะตามเคย คนตัวเล็กมองนาฬิกาแขวนติดผนังที่บอกเวลาบ่ายโมงตรง ก่อนจะตัดสินใจลุกเข้าไปที่ห้องนอนกว้าง
เท้าเล็กเขย่งขึ้นหยิบกระเป๋าเดินทางใบโตที่อยู่บนหลังตู้เสื้อผ้าอย่างยากลำบาก ใช้เวลาสักพักถึงจะหยิบลงมาได้พร้อมกับฝุ่นจำนวนมากจนคันจมูกจนถึงกับจามควันที่ฟุ้งกระจาย มือเล็กเดินออกนอกระเบียงปัดฝุ่นออกจากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง คาซึยะมองไปรอบๆห้องก่อนจะตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าก่อนเป็นอันดับแรก แต่เมื่อมือเล็กปิดตู้เสื้อผ้าตู้ใหญ่ออกก็ต้องถอนหายใจ ทั้งชุดนักศึกษา ชุดไปเวทธรรมดา เสื้อยืด กางเกงยีนส์ หรือเครื่องประดับต่างๆในกล่องที่ถูกแวนและเก็บอย่างเป็นระเบียบแทบจะเรียกได้ว่าอัดกันอยู่ในตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ที่ทำให้มันดูเล็กขึ้นไปถนัดตา มือเล็กจึงตัดสิในใจหยิบเอาชุดนักศึกษาใส่สองสามชุดก่อน พร้อมกับชุดไปรเวทจำนวนหนึ่ง
มือเล็กปิดประตูตู้เสื้อผ้าก่อนจะมองหาจุดต่อไป ตาเล็กเหลือบไปมองที่โต๊ะเครื่องแป้งก่อนตัดสินใจหยิบขวดน้ำหอมขึ้นมาขวดหนึ่ง ที่ตัวเองใช้ประจำก่อนโยนใส่กระเป๋าเดินทางไป คาซึยะตัดสิในทิ้งอีกขวดไว้ที่นี่ก่อนแล้วค่อยมาเก็บทีหลัง ก่อนจะหันมาสนใจน้ำหอมขวดที่วางอยู่ข้างกันอีกสองสามขวด ขวดหนึ่งเค้ากับจินใช้ด้วยกันในบางครั้ง ส่วนอีกสองขวดที่เหลือ ของเจ้าตัวที่ใช้บ่อยครั้งที่สุด คาซึยะเหลือบมองชื่อน้ำหอมก่อนถอนใจ
'ETERNITY'
ถ้าเราเป็นตลอดไปไม่มีวันสิ้นสุดได้ ก็คงจะดีสินะ
คาซึยะหันหลังกลับออกไปจากห้องนอน ของบางอย่างบางชิ้นมันก็ไม่สามารถเก็บออกไปได้วันนี้ ร่างบางเดินข้าไปหยิบหนังสือเรียนทั้งหมดออกมาใส่กระเป๋าก่อนตัดสินใจรูดซิบปิดอย่างยากลำบากเพราะกระเป๋าเต็มไปด้วยเสื้อผ้าและหนังสือหลายเล่ม ร่างบางขนกระเป๋าลากออกมาวางกองที่โซฟาห้องนั่งเล่นก่อนทรุดตัวลงนั่งพัก
.
.
แกร๊ก
เสียงประตูที่เปิดออกทำเอาคาซึยะสะดุ้ง เพราะว่าห้องนี้นอกจากเค้า มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถจะเปิดเข้ามาได้ ร่างบางทำอะไรไม่ถูก ใจหนึ่งก็อยากจะมองใบหน้าหล่อคมนั้นก่อนที่จะเดินออกจากห้องนี้ไป ส่วนอีกใจคาซึยะก็ไม่อยากเห็นหน้าเพราะน้ำตามันจะรื้นขึ้นมาอย่างไม่มีคำอธิบายได้ ใจที่ตีกันจนสับสนทำให้ร่างบางนั่งนิ่งตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่โซฟาตัวใหญ่
เจ้าของใบหน้าคมที่คาซึยะแสนคิดถึงโผล่เข้ามาก่อนจะชะงักเมื่อเห็นคนตัวเล็กนั่งนิ่งอยู่ที่โซฟานุ่ม ใบหน้าเรียวสวยซีดเผือดกับดวงตายาวรีที่รื้นไปด้วยน้ำตาที่คลออยุ่เต็มหน่วยทำเอาจินเบือนหน้าหนี สายตาคมจึงพบกับกระเป๋าเดินทางใบโตที่วางอยู่ข้างโซฟาอย่างช่วยไม่ได้ คิ้วเรียวขมวดแน่นก่อนจะหันไปมองร่างบางที่ยังนั่งอยู่ท่าเดิม
“จะไปไหน คาซึยะ” เสียงทุ้มที่เอ่ยถามทำเอาน้ำตาที่คลออยู่ไหลกลิ้งลงมาตามริองแก้มเนียนอย่างห้ามไม่อยู่ มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆอย่างน่าสงสาร คาซึยะตอบคำถามของจินด้วยเสียงสะอื้นราวกับจะขาดใจ
“ฮึก .... บ้าน ..... เราจะกลับไปอยู่บ้าน” เสียงแหบเล็กที่ปนด้วยแรงสะอื้นทำเอาคนตัวสูงเดินเข้ามาโอบร่างเล็กที่ร้องไห้ไว้ในอ้อมกอด กิริยาท่าทางใจดีแบบนั้นทำเอาคาซึยะยิ่งสะอื้นหนักกว่าเดิม
มือใหญ่ลูบหัวปลอบใจร่างเล็กที่ร้องไห้หนัก โอบกอดร่างเล็กให้แน่นขึ้นจมเข้าไปกับอกกว้าง คาซึยะกอดตอบร่างสูงแน่น ไหล่บางสั่นน้อยๆกับความรู้สึกที่โถมเข้ามาอย่างยั้งไม่อยู่
ครั้งสุดท้ายนะจิน คาซึยะขอครั้งสุดท้าย ..
คาซึยะเป็นฝ่ายผละออกจากอ้อมกอดอบอุ่นที่รอบรับน้ำตาจนเสื้อนักศึกษาของจินเปียกชุ่มไปทั้งช่วงแผ่นอกด้วยน้ำตาของร่างเล็ก มือใหญ่ปาดน้ำตาออกจากใบหน้าหวานสวยทำเอาคาซึยะนึกอยากจะร้องไห้อีกครั้งอับความอ่อนโยนนั้น
“อย่าเลยจิน ... อย่าทำดีกับเราแบบนั้นเลย ... เราน่ะ ไม่ใช่ตัวแทนของยูยะนะ” เสียงเล็กกว้างสั่นน้อยๆ ฝืนยิ้มให้กับเจ้าของใบหน้าหล่อที่ก้มลงมาหาเกือบชิด คิ้วเรียวขมวดกับคำพูดของร่างเล็กตรงหน้าที่เริ่มจะร้องไห้อีกครั้ง
“ยูยะเกี่ยวอะไรด้วย” เอ่ยถามเสียงหนัก มองเจ้าของใบหน้าสวยที่ยิ้มแค่ปากไม่ใช่ที่ตาเหมือนทุกครั้งจนนึกขัดใจ
คาซึยะฟังเสียงที่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะหงุดหงิดจนกระแทกเสียงหนักขึ้นมาอย่างใจหาย ใบหน้าสวยก้มก่อนฝืนยิ้มให้ตัวเองอย่างสมเพสตัวเอง มือเล็กกำแน่น กัดริมฝีปากบางของตัวเองจนช้ำ
ยูยะสำคัญ ถึงขนาดแตะไม่ได้เลยใช่ไหม จิน รักยูยะ มากขนาดนั้นเลยเหรอ
แค่คิดน้ำตาเจ้ากรรมก็พาลจะไหลลงมาอีกรอบ ร่างบางจึงเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่ทำสีหน้าไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด นึกใจหายวูบใหญ่ เมื่อรู้สึงถึงว่าความสำคัญของตัวเองนั้นเทียบไม่ได้เลยกับเพื่อนสนิทอีกคน
“รักยูยะมากขนาดนั้นเลยหรือ จิน” ความคิดที่ตีกันจนยุ่งทำให้ร่างเล็กเอ่ยขึ้นมา สมองสั่งการจนตีกันวุ่นไปหมด สิ้นเสียงเล็ก จินก็ทำหน้าเหมือนกับว่าคาซึยะเป็นตัวประหลาดที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนโลก ใบหน้าคมอ้าปากค้างกับคำพูดที่ร่างบางเอ่ยออกมา
“จินคงรักยูยะมากสินะ” คาซึยะตีอาการท่าทางแบบนั้นออกว่าจินคงนึกไม่ถึงที่คาซึยะรู้ว่าจินรักยูยะอยู่มากขนาดไหน ร่างบางหลับตาไม่อยากเห็นอะไรอีก แต่มือใหญ่กลับบีบไหล่บางแน่น
“ทำไมถึงคิดว่าฉันรักยูยะ คาซึยะ” จินเค้นเสียงลอดผ่านไรฟันจนคาซึยะนึกตกใจ จินไม่เคยขึ้นเสียงทำแบบนี้กับคาซึยะมาก่อน ไม่เคยเลยซักครั้ง หากแค่ชื่อยูยะ ทำให้จินเป็นถึงขนาดนี้ คาซึยะหลับตาปี๋ อะไรที่จะเกิดวันนี้มันก็ต้องเกิด เพราะคาซึยะเองก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว ระยะเวลา 2 ปีที่อยู่ด้วยกันมันนานเกินไป นานจนคาซึยะคิดว่า จินคงจะรักคาซึยะบ้าง ซักนิดก็ยังดี
“ทำไม คาซึยะ ทำไมคาซึยะไม่รู้ว่าคนที่ฉันรักเป็นนายมาตลอด ทำไมคาซึยะ !!!!”
.
.
คาซึยะลืมตาโพลง มองหน้าจินอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ตกใจกับสิ่งที่ร่างสูงพูดออกมาเสียงดังจนแทบตะคอกเมื่อสักครู่ จินเสยผมอย่างหงุดหงินงุ่นง่าน มือใหญ่ยกขึ้นขยี้หัวตัวเองอย่างทำอะไรไม่ถูก ทำเอาคาซึยะไม่เข้าใจกับกิริยาท่าทางแบบนั้น แล้วคำพูดเมื่อสักครู่ บอกคาซึยะทีได้ไหม ว่าเค้าไม่ได้หูฝาดไป
“ไม่ต้องมองฉันแบบนั้นคาซึยะ ฉันมันน่าสมเพสนักหรือไงที่รักคาซึยะน่ะ แล้วคาซึยะก็ไม่ต้องผลักฉันไปหายูยะด้วย” คาซึยะมองจินที่มักจะเงียบขรึมและควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีกว่าใครดูวุ่นวายใจขนาดนี้
“ถ้าคาซึยะจะรักพี มันก็ไม่น่าแปลกใจอะไร ในเมื่อพีมันเอาใจเก่งมากกว่าฉันนี่ !!”
เสียงจินดังจนร่างบางตกใจ สมองน้อยๆคิดทบทวนประโยคที่จินพูดเมื่อสักครู่ก่อนที่ใบหน้าสวยจะแสดงอาการอึ้งอย่างตาดไม่ถึงกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมา คาซึยะไม่ใช่คนฉลาดนัก แต่ก็ไม่โง่ที่จะตีความหมายที่จินพูดออกมาไม่ได้ ดวงตาสวยกระพริบปริบๆ มองร่างสูงที่แทบจะตะปบปากตัวเองไม่ทัน จินมองร่างบางที่จ้องมองมายังเค้าด้วยแววตาที่แสดงถึงอาการแปลกใจ
“อย่ามองฉันอย่างนั้นอีกเลย คาซึยะ ถ้ามันลำบากนักสำหรับความรู้สึกของฉัน ก็คิดเสียว่าไม่ได้ยินอะไรแล้วกัน” จินแค่นยิ้มก่อนจะยืดตัวลุกขึ้น แต่มือเล็กที่ยึดชายเสื้อเชิ้ตทำเอาจินหันกลับมามอง ใบหน้าเรียวสวยที่เปรอะไปด้วยหยาดน้ำตาบัดนี้กลับมีรอยยิ้มน่ารักเต็มแก้ม
“อะไรคือความรู้สึกของจินเหรอ?” เสียงแหบเล็กที่ติดจะสั่นหากแต่แฝงถึงความซุซนในน้ำเสียงทำเอาจินหรี่ตามอง ไม่บ่อยนักหรอกที่คาซึยะจะทำเสียงแบบนี้ใส่นอกจากบอกถึงอาการถูกอกถูกใจอะไรสักอย่าง
หรือคาซึยะดีใจ ที่จะได้แยกจากจินเสียที
เพื่อที่จะได้ไม่มีตัวถ่วงเวลาที่จะไปหาใครอีกคน
หรือคาซึยะดีใจ ที่จินจะบอกความรู้สึกของจิน
เพื่อที่เราจะได้เข้าใจกันเสียที
แบบไหนช่วยบอกจินที่คาซึยะ ?
.
.
“ยามะเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้เหรอจิน?” คาซึยะเลิกคิ้วถาม มองใบหน้าคมที่มีแววว้าวุ่นใจอย่างเห็นได้ชัด ริมฝีปากบางแย้มยิ้มกว้าง ก่อนดึงมือร่างสูงให้นั่งลงที่เดิม ใบหน้าสวยเลิกคิ้วถาม
“ก็ ... คาซึยะ ... ไม่ได้รักไอ้พีหรือไง” อึดอัดใจกับการพูดสิ่งที่ตัวเองคิดมาตลอดสองปี สิ่งที่คั่นระหว่างจินและคาซึยะมาตลอดเวลา
“แล้วจิน ... ไม่ได้รักยูยะเหรอ” คาซึยะไม่ตอบคำถามหากแต่สวนอีกคำถามขึ้นต่อ จินมองร่างบางที่ถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาคมมองลึกเข้าไปในดวงตารีสวยราวกับจะค้นหาคำตอบแทน
“ฉันจะรักยูยะได้ยังไง ในเมื่อฉันรักนายมาตลอดสองปี !”
ราวกับเสียงสวรรค์ที่ดังก้องขึ้นในใจร่างบางที่นั่งนิ่งราวกับว่าสิ่งที่จินพูดขึ้นมาไม่เป็นความจริง ร่างสูงจับมือบางขึ้นมาแนบจูบอย่างรักใครก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าคมสวยที่บัดนี้เริ่มมีน้ำตาคลออยู่เต็มอีกครั้ง แล้วก็เป็นอีกครั้งที่จินพ่ายแพ้คนตรงหน้าเหมือนเคย
“รัก ... จินรักคาซึยะ”
.
.
“จิน ... ฮึก ... จินไม่ได้รักยูยะแน่นะ ...” เสียงเล็กสะอื้นถามสิ่งที่กังวลอยู่ในใจมาตลอด มือเล็กถูกยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าตัวเองป้อยๆ ก่อนที่จะถูกแทนที่ด้วยมือของอีกฝ่ายที่ใหญ่และอบอุ่นมากกว่า จินก้มลงจูบซับน้ำตาที่ไหลลงมาเป็นทาง แล้วจูบปลอบขวัญที่เปลือกตาบาง
“ทำไมถึงคิดว่าฉันรักยูยะล่ะ” จินเป็นฝ่ายถามบ้าง โอบร่างน้อยเข้ามาในอ้อมกอดของตัวเองอีกครั้ง แขนเล็กกอดเอวหนาตอบ ใบหน้าสวยซุกเข้ากับอกอุ่นๆที่คาซึยะมักจะชอบใช้เป็นที่พักพิงเสมอมา
“ก็ ... ก็สเปคจิน มันยูยะไม่ใช่หรือไง” คาซึยะถามเสียงขึ้นจมูก ราวกับจะเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
“ใครว่า ... สเปคจินต้องตัวเล็กๆ เอาแต่ใจเป็นที่หนึ่ง แถมที่สำคัญยังชอบกินไอศกรีมสตอรว์เบอร์รี่อีกต่างหาก” จินเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่มราวกับจะปลอบร่างบาง มือใหญ่ลูบศีรษะเล็กเบาๆ
“แล้วคาซึยะ ... ไม่ได้รักพีเหรอ” จินเอ่ยถามด้วยเสียงประหม่าไม่แน่ใจอีกครั้ง คาซึยะผลักอกร่างสูงออก มองหน้าอีกฝ่ายตาขวางทั้งๆที่ใบหน้าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ
“จะรักยามะทำไม ยามะเป็นแฟนยูยะ ยูยะเป็นเพื่อนเรา ทำไมถึงคิดว่าเรารักยามะ” เสียงแหบเล็กแหวขึ้นอย่างไม่พอใจ ราวกับว่าจินไม่รู้ว่าที่คาซึยะนอนร้องไห้มาตลอดช่วงนี้เป็นเพราะใคร ก็ตัวเองนั่นแหล่ะ !
“ก็ ... คาซึยะ ไม่ได้รักพีมาก่อนเหรอ” ร่างบางตวัดตามองคนตัวสูงที่ทำหน้าตาเหรอหราตกใจกับอาการเข้าใจผิดของตัวเองมาตลอดสองปี มันน่านัก ! สรุปว่าสิ่งที่คาซึยะคิดมาตลอดสองปีผิดหมดใช่ไหม จินไม่ได้รักยูยะ แต่รักเค้างั้นเหรอ ? กว่าจะบอกไม่ให้เค้าร้องไห้จนตายไปเลยล่ะ อาคานิชิ จิน !
.
.
“จะรักพีทำไม เรารักจินมาตั้งแต่เจอจินนั่นแหล่ะ” คาซึยะเอ่ยเสียงหงุดหงิด ตวัดตามองร่างสูงเคืองๆที่ไม่ได้รู้อะไรเลย
“ก็คาซึยะสนิทกับพีก่อนที่ยูยะกับพีจะมาเป็นแฟนกัน” จินเอ่ยถามงงๆ
“นั่นยามะมาปรึกษาว่าจะจีบยูยะยังไง !”
“ก็คาซึยะชอบผลักฉันไปหายูยะ จะได้มีเวลาอยู่กับพี”
“นั่นมันฉันปรึกษายามะเรื่องจินหรอก ! แล้วดูท่าจินเองก็มีความสุขเวลาอยู่กับยูยะด้วย จะให้ฉันคิดว่าอะไร !”
“ก็นั่นมันฉันก็ปรึกษายูยะเรื่องคาซึยะเหมือนกัน แล้วที่สำคัญคาซึยะชอบนอนร้องไห้ละเมอเรียกชื่อไอ้พี !”
ประโยคสุดท้ายจากปากจินทำเอาร่างบางอ้าปากค้างตกใจเถียงไม่ออก ดวงตารีเบิกกว้างอย่างตกใจมองหน้าจินที่ทำสีหน้าเจื่อนๆ ราวกับว่าฉันเข้าใจถูกใช่ไหม คาซึยะนึกคิดไปถึงอดีต จำไม่เห็นได้ว่าละเมอเรียกชื่อยามะสักหน่อย
“อย่าบอกนะว่าที่จินบอกว่าจะกลับไปอยู่บ้านแล้วหลบหน้าฉันเพราะว่าฉันนอนละเมอเรียกชื่อยามะ” คาซึยะถามเสียงสูง มองจินที่พยักหน้าส่งๆพร้อมกับเบือนหน้าหนี
“แล้วจินรู้บ้างไหม ที่ฉันร้องไห้ทุกครั้งมันเพราะใคร แล้วจินรู้บ้างไหม ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้ คนที่อยู่เป็นเพื่อนฉันคือยามะ !”
.
.
คาซึยะมองร่างสูงอย่างเคืองๆ ริมฝีปากบางเม้มแน่นอย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายไม่ได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับเค้ามาก่อน มันจะแปลกอะไรที่คาซึยะจะนอนเพ้อถึงชื่อคนที่ตัวเองเพิ่งซบอกร้องไห้มาด้วยหมาดๆ ในเมื่อคนที่คาซึยะอยากให้อยู่ปลอบใจทุกครั้งไม่ได้นั่งอยู่ตรงหน้าสักครั้งเดียว
เช่นเดียวกับจินที่จ้องหน้าคาซึยะตอบ ร่างสูงมองเจ้าของใบหน้าสวยที่เชิดงอนนิดๆ ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน มือใหญ่เอื้อมจับมือเล็กที่ขืนนิดๆอย่างเล่นตัวให้รู้ว่ายังไม่หายโกรธที่จินไม่รู้อะไรเลย ทำให้แทนที่จะได้รักกันอย่างคนปกติมาตลอดสองปีมันกลับตาลปัตรไปหมดทุกอย่าง
สรุปแล้วว่า เราสองคนรักกัน รักมาตลอดสองปีที่อยู่ด้วยกัน
หากแต่ต่างคน ต่างกังวลใจในเรื่องเดียวกัน
ต่างคนต่างกลัว ... กลัวว่าอีกฝ่าย จะรักใครอีกคน ! ที่ไม่ใช่ตัวเอง
ต่างคนต่างเข้าใจ .... เข้าใจว่าอีกฝ่าย จะรู้สึกคนละอย่าง อย่างที่ตัวเองรู้สึก
“ทำไมจินถึงชอบคิดว่าฉันรักยามะ” เสียงเล็กถามอู้อี้หลังจากปล่อยตัวปล่อยใจซุกตัวเข้ากับอ้อมอกกว้างอีกครั้ง
“แล้วทำไมคาซึยะถึงชอบคิดว่าฉันรักยูยะล่ะ” จินถามกลับ ซุกใบหน้าคมเข้ากับเรือนผมอ่อนนุ่ม สูดกลิ่นหอมอ่อนอย่างรู้สึกเป็นสุขใจ คาซึยะหัวเราะเบาๆกับประโยคที่ยอกย้อนของอีกฝ่ายก่อนจะกอดจินแน่นขึ้น
.
.
“ช่างมันเถอะ ...” เป็นจินที่เอ่ยตัดบทประโยคที่ผลัดกันถามไปถามมา กลัวว่ามันจะไม่จบไม่สิ้นเสียที ริมฝีปากอิ่มเฝ้าเวียนจูบหน้าผากมนสวยซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนวกเข้ามาที่แก้มนุ่ม จูบลบคราบน้ำตาที่เปื้อนแก้มใส ก่อนจะย้อยขึ้นไปถึงเปลือกตาบางที่ปิดรับจูบนุ่มๆ
“จินเหมือนชอกโกแลตเลยเนอะ” คาซึยะหัวเราะคิกคักหลังจากที่จินถอนจูบออกจากดวงตาสวยที่ติดจะบวมจากการร้องไห้อย่างหนักตลอดสองวัน ตาเรียวจ้องจินแป๋ว ก่อนที่มือเล็กจะเลื่อนขึ้นไปแตะเบาๆที่ริมฝีปากอิ่มสีสดของร่างสูง
“นุ่มลิ้น หอมหวาน แต่ซ่อนความขมที่ลงตัวเอาไว้ ใครที่เคยชิมจะติดใจ จนยากที่จะเลิกได้” ร่างบางยิ้มหวานให้ร่างสูงที่ยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน จินไม่ได้ปัดมือคาซึยะออกแต่อย่างใด แต่กลับเลื่อนมือหนาขึ้นทาบกับริมฝีปากบางที่เผยอนิดๆบ้าง
“คาซึยะล่ะ ... เปรี้ยวจี๊ด กลมกล่อม แต่ความหวานที่ปนมากับรสเปรี้ยวนุ่มละมุนติดลิ้น ใครที่เคยได้ชิมจะไม่หยุด ... เพียงครั้งแรก” ใบหน้าคมโน้มลงมาทาบหน้าผากกับอีกฝ่าย จมูกโด่งชนกันเบาๆ ดวงตาทั้งสองฝ่ายจ้องมองกับราวกับมองทะลุเข้าไปให้ถึงหัวใจของอีกฝ่าย
ริมฝีปากสีสดทาบเข้ากับกลับปากบางเบาๆ ก่อนจะบดคลึงแผ่วๆราวกลับว่าจะกลัวริมฝีปากที่แดงช้ำอยู่แล้วเจ็บปวด จูบที่จินตั้งใจถนอมคนตัวเล็กสุดๆ หากแต่แขนเล็กทั้งสองข้างที่ยกขึ้นพาดคออีกฝ่ายกอดให้แนบแน่นขึ้นไปอีกทำเอาจินเคลิบเคลิ้มกับนิ้วเล็กที่พันเกี่ยวกับเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนที่ระอยู่ที่ท้ายทอย อ้อมแขนแกร่งจึงรัดเอวร่างบางแน่นขึ้นตามที่ร่างบางร้องขอ ลิ้นเล็กนุ่มไล่เบาๆที่ริมฝีปากอิ่มของร่างสูงก่อนที่จินจะเป็นฝ่ายทนไม่ไหวกับอาการช่างยั่วของร่างบาง จินถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิดก่อนพูดเสียงเบาแทบกระซิบทั้งๆที่ยังไม่ได้อยกออกจากกัน
“ให้จินชิมคนเดียวนะ คาซึยะ” ริมฝีปากอิ่มกดลงบนริมฝีปากบางอย่างบางเบาหากแฝงด้วยความรุ่มร้อน ลิ้นนุ่มๆที่ระไล่ตามกลีบปากบางสอดเข้าไปในโพรงปากนุ่มที่เผยอรับ ตวัดรับกับลิ้นเล็กที่ตอบสนองเป็นอย่างดี ใบหน้าคมถอนออกเมื่อรู้สึกถึงอาการหายใจติดขัดของร่างข้างใต้ ตาคมมองร่างบางที่หอบหายใจทั้งที่ยังหลับตาพริ้มก่อนจูบย้ำลงไปที่เปลือกตาบางที่ค่อยๆเปิดออก คาซึยะยิ้มหวานให้ร่างสูง
“เรารักจินนะ” เสียงเล็กพูดเจื้อยแจ้วจนจินนึกถูกใจกดจูบแนบลงไปกับแก้มใสเบาๆ
“รักคาซึยะเหมือนกัน” เสียงทุ้มเอ่ยบอกก่อนจะมอบรอยยิ้มอบอุ่นให้ร่างบางที่โผเข้ามาซุกตัวในอ้อมกอดแน่น ใบหน้าสวยเกลือกเข้ากับแผ่นอกกว้างจนจินนึกชอบใจกับกิริยาที่ร่างบางทำ มือใหญ่เลื่อนขึ้นเกาะกุมเอวร่างบางก่อนจะจั๊กจี้เบาๆที่เอวเล็กทำเอาคาซึยะดิ้นพล่านหัวเราะดังลั่นห้อง
.
.
นับจากนี้ไป ห้องนี้จะมีแต่เสียงหัวเราะ
นับจากนี้ไป ห้องนี้จะมีแค่รอยยิ้ม
นับจากนี้ไป ห้องนี้จะมีแค่ความสุข
นับจากนี้ไป ห้องนี้จะเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความรัก
ที่ทั้งจินและคาซึยะเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา
ความหอมหวานที่แอบซ่อนความขม นุ่มละมุนจนใครหลายคนหลงใหล
ความเปรี้ยวที่อมความหวานภายใน หากได้ลิ้มลองจะทำให้ใครหลายคนติดใจ
รสชาติทั้งสองที่แตกต่างกันหากแต่สิ่งเดียวที่คล้ายกันคือ 'ความหวาน'
รสหวานภายในที่สรรค์สร้างให้รสชาติลงตัว ไม่ขาด ไม่เกินจนเกินไป
เช่นเดียวกับความรัก ที่ต่างก็มีทั้งความขมขื่น
เหมือนรสขมของชอกโกแลต ที่ฝาดเฝื่อน ไม่น่าลองหากแต่ก็ปนไว้ซึ่งความหอมหวาน
นุ่มจนยั้งใจเอาไว้ไม่อยู่
เช่นเดียวกับความรัก ที่ต่างก็มีทั้งความบาดหมาง ทะเลาะไม่เข้าใจกัน
เหมือนรสเปรี้ยวของสตอรว์เบอร์รี่ ที่แสบลิ้น จนไม่น่าทานหากแต่รสอมหวานนิดๆ
ยั้งให้มีรสชาติสดชื่น จนหยุดไม่ได้เพียงครั้งเดียว
เหมือนกับคนสองคน ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
หากแต่สิ่งเดียวที่ทำให้ใจทั้งสองเชื่อมโยงถึงกันได้
นั่นคือ รสชาติหอมหวาน ของความรัก
และเรา จะรักกัน ตลอดไป
JIN ♥ KAZUYA FOREVER ,,*
END MISSION
CHEEZE* :: 250607 _____))*
edit @ 15 Jun 2008 15:50:25 by `` CHEEZZIE ✖